คุณณัชกมล เลิศเศรษฐกุล จากโรงงานกล่อง… สู่แบรนด์บรรจุภัณฑ์ยุคดิจิทัล

คุณณัชกมล เลิศเศรษฐกุล จากโรงงานกล่อง… สู่แบรนด์บรรจุภัณฑ์ยุคดิจิทัล

Pick A Box กับบทเรียนการต่อยอดธุรกิจสิ่งพิมพ์ในวันที่ “การปรับตัว” คือ หัวใจของการเติบโต

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยกำลังเผชิญกับโจทย์สำคัญว่า จะทำอย่างไรให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้ในโลกที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความต้องการของลูกค้ามีความหลากหลายมากขึ้น และเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันอย่างสิ้นเชิง

คำตอบของผู้ประกอบการแต่ละรายอาจแตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ “การปรับตัว” ไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป หากเป็นเงื่อนไขสำคัญของการอยู่รอดและการเติบโตในอนาคต

หนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจ คือ Pick A Box ผู้ให้บริการด้านบรรจุภัณฑ์ที่เติบโตจากรากฐานของโรงงานผลิตกล่องกระดาษลูกฟูก ก่อนต่อยอดสู่ธุรกิจที่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการออนไลน์และเจ้าของแบรนด์ยุคใหม่ ด้วยการนำองค์ความรู้ด้านบรรจุภัณฑ์มาผสานกับเทคโนโลยีดิจิทัลและการตลาดออนไลน์

คุณณัชกมล เลิศเศรษฐกุล CEO & Co-Founder ของ Pick A Box ถ่ายทอดประสบการณ์การเปลี่ยนผ่านธุรกิจไว้อย่างน่าสนใจว่า การสร้างธุรกิจใหม่ไม่ได้หมายถึงการเริ่มต้นจากศูนย์ แต่คือ การนำ “จุดแข็งเดิม” มาต่อยอดให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดในปัจจุบัน

ต่อยอดองค์ความรู้จากธุรกิจครอบครัว สู่ตลาดผู้ประกอบการยุคใหม่

ก่อนก่อตั้ง Pick A Box คุณณัชกมลเติบโตมากับธุรกิจโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูกของครอบครัว ซึ่งให้บริการลูกค้าในภาคอุตสาหกรรมเป็นหลัก ทำให้ได้เรียนรู้ตั้งแต่การออกแบบโครงสร้างกล่อง การเลือกวัสดุ การป้องกันความเสียหายระหว่างการขนส่ง ตลอดจนกระบวนการผลิตที่ต้องคำนึงถึงคุณภาพและประสิทธิภาพ

แม้องค์ความรู้เหล่านี้จะเป็นรากฐานสำคัญของธุรกิจ แต่เมื่อพฤติกรรมของตลาดเริ่มเปลี่ยนไป คุณณัชกมลมองเห็นโอกาสใหม่จากกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยและเจ้าของแบรนด์ที่ต้องการบรรจุภัณฑ์คุณภาพดีในจำนวนไม่มาก และสามารถออกแบบให้สะท้อนอัตลักษณ์ของแบรนด์ได้

“เราไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์ แต่ใช้ประสบการณ์จากธุรกิจครอบครัวที่สั่งสมมาหลายสิบปี มาพัฒนาบริการให้ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มใหม่ ซึ่งต้องการทั้งความรวดเร็ว ความยืดหยุ่น และงานที่มีเอกลักษณ์”

แนวคิดดังกล่าวจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ Pick A Box ที่แยกออกมาดำเนินธุรกิจอย่างชัดเจน เพื่อรองรับตลาด B2C และผู้ประกอบการออนไลน์ที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

“จุดแข็งเดิม คือ รากฐานสำคัญของการสร้างธุรกิจใหม่”

โควิด-19 จุดเปลี่ยนที่ทำให้บรรจุภัณฑ์กลายเป็น “โอกาส”

แม้บริษัทจะก่อตั้งขึ้นก่อนเกิดสถานการณ์โควิด-19 แต่การแพร่ระบาดกลับเร่งให้ตลาดอีคอมเมิร์ซเติบโตอย่างก้าวกระโดด ผู้คนจำนวนมากเริ่มขายสินค้าออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เครื่องดื่ม เบเกอรี่ เครื่องสำอาง หรือสินค้าไลฟ์สไตล์

สิ่งที่ทุกธุรกิจมีเหมือนกัน คือ ความจำเป็นในการใช้บรรจุภัณฑ์เพื่อส่งมอบสินค้าไปยังผู้บริโภค

คุณณัชกมลมองว่า ช่วงเวลาดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการเห็นความสำคัญของบรรจุภัณฑ์มากกว่าการเป็นเพียงกล่องสำหรับใส่สินค้า แต่กลายเป็นเครื่องมือสร้างภาพลักษณ์ สร้างประสบการณ์ และสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้รับสินค้า

เมื่อโลกออนไลน์ กลายเป็นหน้าร้านของธุรกิจสิ่งพิมพ์

นอกจากการพัฒนาสินค้าแล้ว อีกหนึ่งก้าวสำคัญของ Pick A Box คือ การปรับรูปแบบการตลาดให้สอดคล้องกับยุคดิจิทัล

คุณณัชกมลอธิบายว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตในยุค Digital Disruption สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ การทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริษัทได้ง่ายที่สุด

บริษัทจึงขยายช่องทางการสื่อสารผ่าน Facebook, TikTok, เว็บไซต์ รวมถึงแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เช่น Shopee และ Lazada เพื่อให้ลูกค้าค้นหาข้อมูล ติดต่อ และสั่งซื้อสินค้าได้สะดวก

คอนเทนต์ที่นำเสนอไม่ได้มุ่งเน้นการขายเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการนำเสนอผลงานจริง ตัวอย่างบรรจุภัณฑ์ เทคนิคการออกแบบ และเบื้องหลังกระบวนการผลิต เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าแบรนด์มีตัวตน สามารถเข้าถึงและปรึกษาได้

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเริ่มต้นทำตลาดออนไลน์ คุณณัชกมลแนะนำว่า ควรเริ่มจากการวางระบบการสื่อสารให้มีมาตรฐาน โดยใช้ LINE Official Account เป็นศูนย์กลางในการดูแลลูกค้า เพื่อให้ทุกคนในองค์กรสามารถให้บริการในมาตรฐานเดียวกัน และติดตามคุณภาพการตอบคำถามได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“การตลาดออนไลน์ไม่ใช่แค่การโพสต์ขายสินค้า แต่คือการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์”

Digital Printing เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็ก

อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ Pick A Box เติบโต คือ การเลือกใช้เทคโนโลยี Digital Printing เพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนไป

จากเดิมที่การผลิตบรรจุภัณฑ์มักต้องใช้จำนวนมากเพื่อให้คุ้มค่าการผลิต ปัจจุบันผู้ประกอบการจำนวนมากต้องการทดลองตลาด ผลิตสินค้าแบบลิมิเต็ด หรือเปิดตัวสินค้าใหม่ในปริมาณไม่มาก

การใช้ระบบพิมพ์ดิจิทัลจึงช่วยให้สามารถรับงานจำนวนน้อยได้ พร้อมรองรับการปรับเปลี่ยนรายละเอียดของงานแต่ละชิ้นได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ บริษัทยังนำระบบ Digital Offset มาใช้สำหรับการผลิตตัวอย่างงาน (Proof) เพื่อให้ลูกค้าเห็นสีและรายละเอียดของชิ้นงานก่อนการผลิตจริง ลดความคลาดเคลื่อน และช่วยให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างมั่นใจมากขึ้น

คุณณัชกมลมองว่า ความรวดเร็วและความยืดหยุ่นของระบบ Digital Printing คือปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการรายเล็กสามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเลือกเครื่องจักร ต้องมองไกลกว่าตัวเครื่อง

แม้เทคโนโลยีจะเป็นหัวใจสำคัญของการผลิต แต่ในมุมมองของคุณณัชกมล การเลือกพันธมิตรทางธุรกิจมีความสำคัญไม่แพ้กัน

โดยเฉพาะผู้จำหน่ายเครื่องจักรที่ต้องมีทีมบริการหลังการขาย สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว เพราะในธุรกิจสิ่งพิมพ์ ทุกชั่วโมงของการหยุดผลิตล้วนส่งผลต่อต้นทุน ความเชื่อมั่น และกำหนดเวลาส่งมอบงานให้ลูกค้า

อีกประเด็นหนึ่งที่ให้ความสำคัญคือ ความสม่ำเสมอของคุณภาพสี ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนในงานพิมพ์ หากสามารถควบคุมคุณภาพได้อย่างต่อเนื่อง จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและลดปัญหาในการผลิตได้อย่างมาก

ปรับตัว…โดยไม่ทิ้งตัวตนของธุรกิจ

เมื่อถามถึงข้อคิดสำหรับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการพิมพ์ คุณณัชกมลมองว่า การปรับตัวไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างตามกระแส

สิ่งสำคัญคือ การรู้ว่าธุรกิจของตนเองมีจุดแข็งอยู่ตรงไหน แล้วนำทรัพยากรทั้งหมดมาพัฒนาให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันก็กล้าที่จะลดหรือเลิกสิ่งที่ไม่สร้างคุณค่า เพื่อให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“หากเรารู้ว่าสิ่งไหนคือ จุดแข็งของเรา ก็ควรโฟกัสและพัฒนาให้ดีที่สุด เพราะเมื่อเราทำสิ่งนั้นได้ดี โอกาสใหม่ ๆ ก็จะเกิดขึ้นตามมา”

Thai Print Insight

เรื่องราวของ Pick A Box สะท้อนให้เห็นว่า อนาคตของอุตสาหกรรมการพิมพ์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดของโรงงานหรือกำลังการผลิตเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการสร้างคุณค่าใหม่ให้กับลูกค้า ผ่านการผสานองค์ความรู้ด้านการพิมพ์ เทคโนโลยีดิจิทัล และการตลาดยุคใหม่เข้าด้วยกัน

ในวันที่เจ้าของแบรนด์ต้องการความรวดเร็ว ความยืดหยุ่น และโซลูชันที่ตอบโจทย์ธุรกิจ โรงพิมพ์จึงไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียง “ผู้ผลิต” อีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่บทบาทของ Business Partner ที่ร่วมคิด ร่วมออกแบบ และร่วมสร้างการเติบโตให้กับลูกค้า

และนี่อาจเป็นทิศทางสำคัญของธุรกิจการพิมพ์ไทยในอนาคต การเติบโตไม่ได้เกิดจากการผลิตให้มากกว่าเดิม แต่เกิดจากการสร้างคุณค่าได้มากกว่าเดิม