กระป๋องกระดาษ

กระป๋องกระดาษ

รูปทรงกระบอกเหมือนกระป๋องโลหะที่บรรจุอาหาร ตัวกระป๋องทำด้วยกระดาษ ฝาทำด้วยกระดาษหรือโลหะ

โดย อาจารย์มยุรี ภาคลำเจียก

ใน 2 ฉบับที่ผ่านมา เป็นเรื่องการออกแบบโครงสร้างกล่องกระดาษแข็งซึ่งเป็นบรรจุภัณฑ์กระดาษที่ได้รับความนิยมสูงสุด ฉบับนี้จะเป็นเรื่อง “กระป๋องกระดาษ” ที่มักไม่ค่อยได้เอ่ยถึงเท่าใดนัก อาจเป็นเพราะปริมาณการใช้ไม่มาก และมีผู้ผลิตในประเทศเพียงไม่กี่ราย

กระป๋องกระดาษ มีรูปทรงกระบอกเหมือนกระป๋องโลหะที่บรรจุอาหาร ตัวกระป๋องทำด้วยกระดาษ ฝาทำด้วยกระดาษหรือโลหะก็ได้ กระป๋องกระดาษที่เป็นบรรจุภัณฑ์ขายปลีกสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคจะมีขนาดเล็ก ถ้าขนาดใหญ่จะเรียกว่า “ถังกระดาษ” ซึ่งใช้เป็นบรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่งสำหรับสินค้าแห้ง เช่น สารเคมี วัตถุดิบที่ใช้ผลิตอาหาร

กระป๋องกระดาษแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ตามวัสดุที่ใช้ทำตัวกระป๋อง ดังนี้

  1. กระป๋องกระดาษล้วน (Paper Can)
  2. กระป๋องวัสดุร่วม (Composite Can)

1. กระป๋องกระดาษล้วน (Paper Can)

ตัวกระป๋องทำจากกระดาษที่ไม่มีการเคลือบหรือประกบกับวัสดุใด ๆ ที่ผิวใน ติดฉลากหุ้มรอบตัวกระป๋องด้านนอก ฉลากมักใช้กระดาษอาร์ตสีขาวที่มีการพิมพ์ ฝาทำจากกระดาษหรือแผ่นเหล็กเคลือบดีบุกก็ได้ มักเป็นแบบฝาครอบ เพื่อให้ความสะดวกในการเปิดและปิดซ้ำได้

การใช้งาน

  • เป็นบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าที่ไม่ใช่อาหาร เช่น สินค้าหัตถกรรม ของตกแต่งบ้าน เทียนหอม ขวดบรรจุน้ำหอม ผลิตภัณฑ์ผ้า เป็นต้น

  • เป็นบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารแห้ง แต่ต้องเป็นบรรจุภัณฑ์ทุติยภูมิเท่านั้น เพราะไม่ปลอดภัยในการสัมผัสอาหาร อีกทั้งดูดซึมน้ำและไขมัน ป้องกันไอน้ำและก๊าซออกซิเจนซึมผ่านได้ไม่ดี ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีบรรจุภัณฑ์ปฐมภูมิซึ่งมักเป็นถุงหรือซองพลาสติก

หากมีการออกแบบพิมพ์ฉลากที่หุ้มผิวกระป๋องให้สวยงามและมีการตกแต่งหลังการพิมพ์ จะช่วยสามารถยกระดับสินค้าให้เป็นพรีเมี่ยม และสื่อความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้ ดังตัวอย่างในรูป

ในปัจจุบันบ้านเรามีการนำเข้ากระป๋องกระดาษจากประเทศจีนเป็นจำนวนมาก ใช้บรรจุผลิตภัณฑ์อาหารและไม่ใช่อาหาร ดังรูป

2. กระป๋องวัสดุร่วม (Composite Can)

ตัวกระป๋องทำจากวัสดุ 3 ชนิด คือ กระดาษ (ชั้นนอก) อะลูมิเนียมฟอยล์ (ชั้นกลาง) และ ฟิล์ม PE (ชั้นใน) ขึ้นรูปแบบพันแบบเกลียวเป็นท่อ กระดาษทำหน้าที่ให้ความคงรูป อะลูมิเนียมฟอยล์ทำหน้าที่ป้องกันน้ำและก๊าซออกซิเจนได้ดีมาก ส่วนฟิล์ม PE ทำหน้าที่เชื่อมติดกับฟิล์มด้วยความร้อนตรงส่วนเกยที่พันทับกัน ติดฉลากหุ้มรอบตัวกระป๋องซึ่งมักใช้กระดาษอาร์ตสีขาวที่มีการพิมพ์

ฝาล่าง เป็นฝาเหล็ก (แผ่นเหล็กเคลือบดีบุก) แบบเรียบธรรมดา ปิดตาย เปิดไม่ได้

ฝาบน มีหลายชนิดให้เลือก ดังนี้

  1. ฝาเหล็ก (แผ่นเหล็กเคลือบดีบุก) แบบสวมใน ไม่ต้องใช้เครื่องปิดฝา สามารถป้องกันไอน้ำและก๊าซจากภายนอกได้ แต่ไม่สมบูรณ์นัก
  2. ฝาอะลูมิเนียมแบบเป็นห่วงให้เปิดง่าย (Al pull ring or easy open lid) ต้องใช้เครื่องปิดฝาเฉพาะ คล้ายการปิดฝากระป๋องโลหะที่ใช้บรรจุอาหาร สามารถป้องกันไอน้ำและก๊าซจากภายนอกได้อย่างสมบูรณ์
  3. ฝาอะลูมิเนียมแบบลอกเปิดง่าย (Al peel off lid) ต้องใช้เครื่องปิดฝาเฉพาะ คล้ายการปิดฝากระป๋อง สามารถป้องกันไอน้ำและก๊าซจากภายนอกได้อย่างสมบูรณ์
  4. แผ่นฟอยล์อะลูมิเนียมที่ผิวในเคลือบพลาสติก PE (lidding film) ใช้เครื่องปิดผนึกให้ฟอยล์ปิดกับขอบปากกระป๋องด้วยความร้อน สามารถป้องกันไอน้ำและก๊าซจากภายนอกได้เกือบสมบูรณ์ถ้าการปิดผนึกแน่นหนาและไม่รั่วซึม
  5. ฝาพลาสติกแบบครอบ จะมีหรือไม่มีก็ได้ ถ้ามี จะใช้เป็นฝาชิ้นนอกของฝาชนิด 2-4 ทำหน้าที่ปิดกระป๋องหลังจากเปิดเอาฝาในออกไปแล้ว ในกรณีที่บริโภคอาหารในกระป๋องไม่หมดในครั้งเดียว

การใช้งาน: เป็นบรรจุภัณฑ์ปฐมภูมิสำหรับอาหารแห้งได้ดี เพราะชั้นในสุดของตัวกระป๋องเป็นฟิล์ม PE เกรดสัมผัสอาหารได้ปลอดภัย ไม่ดูดซึมน้ำและน้ำมัน ถ้าต้องการให้อาหารมีอายุการเก็บได้นาน ต้องใช้ฝาบนชนิด 2- 4 ที่ปิดสนิท อะลูมิเนียมฟอยล์ที่ชั้นกลางของตัวกระป๋องและอะลูมิเนียมที่ทำฝากระป๋องสามารถป้องกันการเสื่อมคุณภาพของอาหารจากไอน้ำและก๊าซออกซิเจนได้ดีมาก อาหารที่นิยมใช้ เช่น มันฝรั่งแผ่นอบกรอบ ทุเรียนทอดกรอบ ถั่วอบแห้ง หมูแท่งกรอบ ชาผงพร้อมชงดื่ม เป็นต้น หากอาหารบริโภคไม่หมดในครั้งเดียวก็ควรมีฝาพลาสติกแบบครอบอีกชิ้นหนึ่ง เพื่อให้ปิดและเปิดซ้ำได้

เป็นที่สังเกตว่ามันฝรั่งแผ่นอบกรอบของแบรนด์ต่างประเทศนิยมบรรจุในกระป๋องประเภทนี้ ในอดีตทุกขนาดบรรจุ ไม่ว่าขนาดใหญ่หรือขนาดเล็ก ใช้ฝาบนชิ้นในเป็นฝาอะลูมิเนียมแบบเป็นห่วง ฝาชิ้นนอกเป็นฝาพลาสติกแบบครอบ

เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้มีการเปลี่ยนฝาชิ้นในจากฝาอะลูมิเนียมแบบเป็นห่วง (Al pull ring) เป็นแผ่นฟอยล์อะลูมิเนียมที่ปิดผนึกกับขอบกระป๋อง (Lidding film) เพื่อลดการใช้อะลูมิเนียม ลดน้ำหนักฝา ลดต้นทุน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก กระป๋องใหญ่ยังคงมีฝาชิ้นนอกที่เป็นฝาพลาสติกแบบครอบ เพื่อให้ผู้บรโภคปิดกระป๋องหากทานไม่หมดในครั้งเดียว ส่วนกระป๋องเล็กจะไม่มีฝาชิ้นนอก เนื่องจากผู้บริโภคมักทานหมดในครั้งเดียว ดังรูป การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นตัวอย่างของการพัฒนาสู่ความยั่งยืนของบริษัท โดยไม่ก่อผลกระทบในด้านอายุการเก็บและความสะดวกของผู้บริโภค

การผลิตกระป๋องกระดาษ

การผลิตกระป๋องกระดาษมีขั้นตอนหลัก ดังนี้

การขึ้นรูปตัวกระป๋อง โดยใช้เครื่องจักรในการม้วนให้เป็นท่อยาว ซึ่งมี 2 วิธีย่อย วิธีแรก ใช้กระดาษที่มีความกว้างมากมาม้วนพันท่อ ทบกันหลายชั้นจนหนาและแข็ง วิธีที่ 2 ใช้กระดาษที่มีความกว้างไม่มากมาม้วนพันท่อในลักษณะเกลียว (เหมือนแกนกระดาษทิชชู่) พันทบกันหลายชั้นจนหนาและแข็ง

กระป๋องกระดาษล้วน ใช้การขึ้นรูปด้วยวิธีไหนก็ได้ นิยมใช้กระดาษคราฟท์สีน้ำตาล (unbleached kraft) เพราะกระดาษมีความเหนียว ถ้าต้องการให้ตัวกระป๋องมีสีขาวจะใช้กระดาษคราฟท์ฟอกขาว (bleached kraft)

กระป๋องวัสดุร่วม ใช้การขึ้นรูปด้วยวิธีที่ 2 ใช้กระดาษคราฟท์สีน้ำตาลเป็นชั้นนอก อะลูมิเนียมฟอยล์เป็นชั้นกลาง และฟิล์มพลาสติก PE ใสเป็นชั้นใน ฟิล์ม PE ทำหน้าที่เชื่อมติดกับฟิล์มด้วยความร้อนตรงส่วนเกยที่พันทับกัน

ขนาดของกระป๋อง นิยมกำหนดเป็นมาตรฐาน เส้นผ่าศูนย์กลาง 65, 73, 83 และ 99 มม.

การตัดเป็นท่อน ท่อยาวจะผ่านการตัดเป็นท่อนตามความสูงของกระป๋องที่ต้องการ กระป๋องกระดาษล้วนที่ขึ้นรูปด้วยวิธีที่ 1 ผู้ผลิตกระป๋องจะกำหนดเส้นผ่าศูนย์กลางเฉพาะและความสูงเฉพาะให้ลูกค้าเลือก

กระป๋องกระดาษล้วนที่ขึ้นรูปด้วยวิธีที่ 2 ผู้ผลิตกระป๋องจะกำหนดเส้นผ่าศูนย์กลางเฉพาะให้ลูกค้าเลือก จากนั้นลูกค้ากำหนดความสูงของกระป๋องเท่าใดก็ได้ตามต้องการ

การผลิตฝาปิดและปิดฝา ฝามีทั้งแบบใช้กระดาษและโลหะ ดังได้กล่าวแล้วข้างต้น ผู้ผลิตกระป๋องกระดาษจะผลิตฝากระดาษเอง เพราะการผลิตคล้ายคลึงกับตัวกระป๋อง แต่ถ้าเป็นฝาโลหะ มักจะไม่ผลิตเอง แต่ซื้อจากผู้ผลิตฝาตามขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของตัวกระป๋อง นำฝามาปิดผนึกกับปากกระป๋องโดยใช้เครื่อง ยกเว้นฝาเหล็กสวมในซึ่งไม่ต้องใช้เครื่องปิด ในกรณีของกระป๋องวัสดุร่วม ต้องมั่นใจว่าการปิดฝาทั้งด้านบนและด้านล่างมีความแน่นหนา ไม่รั่วซึม เนื่องจากใช้เป็นบรรจุภัณฑ์ปฐมภูมิสำหรับอาหารที่ต้องการคุณสมบัติในการป้องกันไอน้ำและก๊าซออกซิเจน

ฉลากของกระป๋อง ผู้ผลิตกระป๋องจะเป็นผู้กำหนดขนาดของฉลากให้ตามขนาดกระป๋องที่ลูกค้าเลือก วัสดุทำฉลากนิยมใช้กระดาษอาร์ตสีขาว พิมพ์ตาม artwork ของลูกค้า เนื่องจากฉลากสามารถพิมพ์ได้หลายระบบ เช่น ออฟเซท เฟล็กโซกราฟฟี ดิจิทัล เป็นต้น (รายละเอียดการพิมพ์จะไม่กลาวในบทความนี้) ผู้ผลิตฉลากและลูกค้าต้องมีการตกลงเพื่อกำหนดระบบการพิมพ์ให้ชัดเจน ซึ่งขึ้นกับปริมาณขั้นต่ำในการสั่งซื้อต่อแบบพิมพ์ จำนวนสีที่พิมพ์ การตกแต่งหลังพิมพ์ (เช่น เคลือบเงา เคลือบด้าน ปั๊มฟอยล์ เป็นต้น) และราคา การออกแบบ artwork และคุณภาพการพิมพ์มีความสำคัญในเชิงการตลาด นอกจากเพื่อสื่อสารข้อมูลชองผลิตภัณฑ์แล้ว ยังสามารถยกระดับสินค้าให้เป็นพรีเมี่ยม และสร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้

เมื่อได้ฉลากที่พิมพ์แล้ว ผู้ผลิตกระป๋องจะติดฉลากรอบตัวกระป๋อง ซึ่งจำเป็นต้องทำอย่างพิถีพิถัน โดยอาศัยอุปกรณ์ติดฉลากและพนักงานที่มีความชำนาญสูง เพื่อให้คุณภาพฉลากที่ติดแล้วมีความเรียบร้อยและสม่ำเสมอทุกกระป๋อง

การจัดส่งกระป่องเปล่าให้ลูกค้า จะส่งแยกเป็น 2 ชิ้น

  • กระป๋องกระดาษล้วน ส่งตัวกระป๋องที่ปิดฝาล่างแล้ว และฝาบน
  • กระป๋องวัสดุร่วม ถ้าใช้ฝาอะลูมิเนียมแบบเป็นห่วง และแบบลอกเปิด ผู้ผลิตจะปิดฝาบนให้ แล้วจัดส่งตัวกระป๋องที่ปิดฝาบนแล้ว และฝาล่าง เพื่อให้ลูกค้าไปปิดฝาล่างเองหลังจากบรรจุแล้ว โดยต้องใช้เครื่องเฉพาะ

ผู้ผลิตกระป๋องกระดาษ

ในประเทศไทยมีผู้ผลิตกระป๋องกระดาษเพียงไม่กี่ราย เนื่องจากปริมาณการใช้ไม่สูงนัก ประกอบกับในการผลิตกระป๋องที่มีคุณภาพต้องอาศัยประสบการณ์ที่ยาวนาน เช่น บริษัทอุตสาหกรรมถังกระดาษไทย จำกัด บริษัทสิงห์ไทยอุตสาหกรรม จำกัด เป็นต้น ในประเทศจีนมีผู้ผลิตกระป๋องกระดาษล้วนที่สวยงามเป็นจำนวนมาก เช่น บริษัท Qunle Packaging จำกัด นอกจากนี้ยังมีบริษัทไทยที่นำเข้ากระป๋องเปล่าจากต่างประเทศ (ส่วนใหญ่จากประเทศจีน) เช่น บริษัท Box Pack จำกัด

สรุป

กระป๋องกระดาษ เป็นทางเลือกหนึ่งของบรรจุภัณฑ์สินค้าอุปโภคบริโภคที่ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้าม แม้ว่ามีการผลิตที่ยุ่งยากกว่ากล่องกระดาษแข็ง ทำให้มีต้นทุนสูงกว่าก็ตาม แต่ก็เหมาะกับสินค้าที่มีมูลค่าค่อนข้างสูง สร้างความแปลกใหม่ได้

กระป๋องกระดาษล้วน เหมาะกับสินค้าหัตถกรรม ผลิตภัณฑ์สปา ของตกแต่ง ห้ามใช้เป็นบรรจุภัณฑ์ปฐมภูมิสำหรับอาหาร เพราะไม่ปลอดภัยและคุ้มครองอาหารไม่ได้ แต่สามารถใช้เป็นบรรจุภัณฑ์ทุติยภูมิ (เช่นเดียวกับกล่องกระดาษ) สำหรับอาหารในกลุ่มพรีเมี่ยม เช่น ขนมไหว้พระจันทร์ ชอกโกแลต เครื่องดื่มผงพร้อมชงดื่ม เป็นต้น กระป๋องกระดาษที่ใช้แล้วมักมีการใช้ซ้ำสำหรับบรรจุสิ่งของต่าง ๆ เช่น เครื่องประดับ เครื่องเย็บปักถักร้อย เพราะกระป๋องไม่เสียสภาพและสวยเกินกว่าจะทิ้ง หากมีการทิ้งกระป๋อง ควรแยกทิ้งรวมกับกระดาษอื่น ๆ เพื่อรวบรวมนำไปรีไซเคิล ดังนั้นกระป๋องกระดาษล้วนนี้จึงเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนประเภทหนึ่ง ตอบโจทย์เศรษฐกิจหมุนเวียนในด้าน Reuse และ Recycle

กระป๋องวัสดุร่วม มีส่วนสนับสนุนอุตสาหกรรมอาหารของประเทศ เนื่องจากสามารถใช้เป็นบรรจุภัณฑ์ปฐมภูมิสำหรับอาหารได้อย่างปลอดภัย คุ้มครองให้มีอายุการเก็บได้ยาวนาน และให้ความสะดวกในการใช้ เหมาะกับอาหารแห้ง ไม่เหมาะกับอาหารเหลว อาหารแช่เย็น/แช่แข็ง และอาหารที่ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อด้วยความร้อน เพราะวัสดุของกระป๋องจะเสียรูป กระป๋องประเภทนี้ใช้ทดแทนกระป๋องโลหะที่บรรจุอาหารแห้ง เช่น ถั่วอบกรอบ (ดังรูป) สามารถคุ้มครองผลิตภัณฑ์ให้มีอายุการเก็บ 1 ปี และสะดวกในการใช้งานเหมือนกันกับกระป๋องโลหะ มีข้อดีตรงที่น้ำหนักเบากว่า ใช้พลังงานในการผลิตและขนส่งต่ำกว่า ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำกว่า และราคาต่ำกว่า แต่มีข้อจำกัดในด้านความแข็งแรงที่ไม่สูงเท่ากับกระป๋องโลหะ ดังนั้นจึงควรระมัดระวังในด้านโลจิสติกส์ อย่าวางซ้อนกล่องขนส่งสูงเกินไป อันจะทำให้กระป๋องยุบตัว และหลีกเลี่ยงการลำเลียงที่รุนแรง เช่น โยน ตกกระแทก อันจะทำให้กระป๋องบุบเสียรูป

ท้ายสุดนี้ ผู้เขียนหวังว่าบทความเรื่องนี้จะมีประโยชน์ต่อผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าแฟชั่น เพื่อพิจารณาให้กระป๋องกระดาษเป็นทางเลือกของบรรจุภัณฑ์