สัมมนา “Digital Printing with AI” ชี้ทิศทางอุตสาหกรรมการพิมพ์ไทยสู่ยุค Smart Factory
วันที่ 14 มีนาคม 2569 ณ MCT Conference Room ชั้น 5 คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (คลอง 6)
เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 ณ MCT Conference Room ชั้น 5 คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (คลอง 6) ได้มีการจัดงานสัมมนาในหัวข้อ “Digital Printing with AI” เพื่ออัปเดตแนวโน้มเทคโนโลยีและทิศทางของอุตสาหกรรมการพิมพ์ในยุคดิจิทัล โดยมีผู้บริหาร ผู้ประกอบการ และบุคลากรในวงการการพิมพ์เข้าร่วมรับฟังเป็นจำนวนมาก
การสัมมนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ คุณพงศ์ธีระ พัฒนพีระเดช นายกสมาคมการพิมพ์ไทย และ คุณศุภรัฐ โชติกุลธนชัย ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ HP Indigo และ PWI ประจำประเทศไทย ซึ่งได้ร่วมถ่ายทอดมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของเทคโนโลยี Artificial Intelligence (AI) ที่กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการพลิกโฉมอุตสาหกรรมการพิมพ์
AI กับความเร็วของการเปลี่ยนแปลงที่ธุรกิจต้องรับมือ
ภายในงาน วิทยากรได้สะท้อนภาพการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยชี้ให้เห็นว่าในยุคปัจจุบัน องค์กรที่เคยเป็นผู้นำอาจถูกแทนที่ได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่ปี หากไม่สามารถปรับตัวได้ทันต่อเทคโนโลยีใหม่ ๆ
แนวคิดเรื่อง “Extreme Awareness” จึงถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจในยุคนี้ กล่าวคือ องค์กรต้องมีการตระหนักรู้ต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างเข้มข้น และกล้าที่จะลงมือปรับตัวก่อนที่การแข่งขันจะบีบให้ต้องเปลี่ยน
หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ การนำ AI และ Chatbot เข้ามาใช้ในงานบริการลูกค้า ซึ่งปัจจุบันสามารถเริ่มต้นได้ด้วยต้นทุนที่ไม่สูง แต่ให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน ทั้งในด้านการลดจำนวนแรงงานซ้ำซ้อน เพิ่มความรวดเร็วในการตอบสนอง และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า อีกทั้ง AI ยังสามารถเรียนรู้พฤติกรรมลูกค้าและพัฒนาความแม่นยำได้อย่างต่อเนื่อง
จาก Digital Printing สู่ Smart Printing และ Smart Factory
ในช่วงการบรรยาย คุณพงศ์ธีระ พัฒนพีระเดช ได้กล่าวถึงพัฒนาการของอุตสาหกรรมการพิมพ์ ตั้งแต่ยุคการผลิตจำนวนมาก (Mass Production) มาสู่ยุคดิจิทัล และกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของ AI และระบบอัตโนมัติ ซึ่งจะทำให้ทุกกระบวนการ “ฉลาดขึ้น” หรือ Smart มากขึ้น
แนวคิด Smart Printing, Smart Packaging และ Smart Label จะเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมในอนาคต โดยสิ่งพิมพ์จะไม่ได้เป็นเพียงสื่อแบบเดิมอีกต่อไป แต่จะกลายเป็น “Gateway” ที่เชื่อมโยงไปสู่โลกดิจิทัล ผ่านเทคโนโลยีอย่าง QR Code หรือ Barcode ซึ่งสามารถเก็บข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคได้อย่างละเอียด
ข้อมูลที่ได้จากการสแกนสินค้าในชีวิตประจำวัน เช่น ในร้านสะดวกซื้อ จะถูกนำไปวิเคราะห์เพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภค และนำไปสู่การพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดที่แม่นยำมากยิ่งขึ้น
Mass Customization: การพิมพ์ที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ถูกนำเสนอโดย คุณศุภรัฐ โชติกุลธนชัย คือ การเปลี่ยนผ่านจากการผลิตแบบจำนวนมาก ไปสู่การผลิตแบบ Mass Customization ซึ่งเป็นการใช้เทคโนโลยี Digital Printing ร่วมกับ AI เพื่อสร้างงานพิมพ์ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามกลุ่มเป้าหมายหรือแม้แต่รายบุคคล
AI จะช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เช่น ความสนใจ พฤติกรรมการซื้อ หรือไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ทำให้แบรนด์สามารถส่งสารหรือโปรโมชั่นที่ตรงกับความต้องการได้อย่างแม่นยำ เช่น การนำเสนอสินค้าเฉพาะกลุ่ม หรือการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่
AI กับการบริหารจัดการข้อมูลและซัพพลายเชน
นอกจากด้านการตลาดแล้ว AI ยังมีบทบาทสำคัญในด้าน การบริหารโลจิสติกส์และสินค้าคงคลัง (Inventory Management) โดยสามารถวิเคราะห์ข้อมูลการขายในแต่ละพื้นที่ เพื่อช่วยให้ผู้ผลิตสามารถวางแผนการผลิตและการกระจายสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตัวอย่างเช่น สินค้าบางประเภทอาจมียอดขายแตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค การใช้ AI จะช่วยให้สามารถผลิตและกระจายสินค้าได้ตรงตามความต้องการ ลดปัญหาสินค้าล้นสต๊อก หรือสินค้าหมดอายุโดยไม่จำเป็น
ยิ่งไปกว่านั้น การใช้ระบบ Tracking และ Traceability ผ่าน Barcode หรือ QR Code ยังช่วยให้สามารถติดตามสินค้าได้ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) และปรับแผนการผลิตแบบ Real-time ได้อย่างแม่นยำ
ทักษะใหม่ของคนในอุตสาหกรรมการพิมพ์
ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทอย่างเต็มรูปแบบ บุคลากรในอุตสาหกรรมจำเป็นต้องพัฒนาทักษะใหม่ ๆ ทั้งในด้าน Technical Skill เช่น ความเข้าใจระบบดิจิทัล การวิเคราะห์ข้อมูล และการใช้งาน AI รวมถึง Soft Skill เช่น การปรับตัว การคิดเชิงกลยุทธ์ และการเรียนรู้ตลอดชีวิต
องค์กรที่สามารถพัฒนาคนควบคู่ไปกับการนำเทคโนโลยีมาใช้ จะเป็นองค์กรที่สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
บทสรุป: โอกาสและความท้าทายของอุตสาหกรรมการพิมพ์ไทย
การสัมมนา “Digital Printing with AI” ครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า อุตสาหกรรมการพิมพ์กำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยมี AI เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ แม้ความเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่อุตสาหกรรมการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ของไทยยังมีศักยภาพในการปรับตัวสูง จากประสบการณ์ในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในอดีต สิ่งสำคัญในวันนี้ คือการเริ่มต้นลงมือปรับตัวอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการนำ AI มาใช้ในกระบวนการทำงาน การพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ หรือการยกระดับทักษะของบุคลากร
ในอนาคต โรงพิมพ์จะไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตสิ่งพิมพ์ แต่จะกลายเป็น ผู้ให้บริการโซลูชันแบบครบวงจร ที่เชื่อมโยงข้อมูล เทคโนโลยี และประสบการณ์ของผู้บริโภคเข้าด้วยกัน





