คุณธงชัย ลิขิตพรสวรรค์ นักค้นคว้าประวัติศาสตร์การพิมพ์ไทย และอดีตอุปนายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย

คุณธงชัย ลิขิตพรสวรรค์

นักค้นคว้าประวัติศาสตร์การพิมพ์ไทย และอดีตอุปนายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย

หมอบรัดเลย์: ผู้จุดประกายการพิมพ์ไทย จากแท่นพิมพ์สู่โลกแห่งความรู้

เมื่อกล่าวถึงประวัติศาสตร์การพิมพ์ไทย หนึ่งในบุคคลสำคัญที่ได้รับการกล่าวถึงเสมอ คือ ศาสนาจารย์แดน บีช แบรดลีย์ (Dan Beach Bradley) หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ “หมอบรัดเลย์” ผู้มีบทบาทสำคัญในการนำเทคโนโลยีการพิมพ์สมัยใหม่เข้ามาสู่สยาม

มากกว่าการนำแท่นพิมพ์เข้ามา หมอบรัดเลย์ยังเป็นผู้มีส่วนในการเปิดประตูแห่งองค์ความรู้ ทำให้ข่าวสาร วิทยาการ และแนวคิดใหม่ ๆ สามารถเผยแพร่ไปสู่ผู้คนในวงกว้าง นับเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของสังคมไทย

เนื่องในโอกาสวันการพิมพ์ไทย เราได้พูดคุยกับ คุณธงชัย ลิขิตพรสวรรค์ ผู้สนใจและศึกษาประวัติศาสตร์การพิมพ์ไทยมายาวนาน เพื่อย้อนมองเรื่องราวของบุคคลสำคัญผู้นี้ รวมถึงคุณูปการที่ยังคงส่งอิทธิพลมาถึงอุตสาหกรรมการพิมพ์ในปัจจุบัน

จุดเริ่มต้นที่ทำให้สนใจศึกษาเรื่องราวของหมอบรัดเลย์ และประวัติศาสตร์การพิมพ์ไทยมาจากอะไร

จุดเริ่มต้นมาจากช่วงที่ผมได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับสุสานโปรเตสแตนต์ โดยเฉพาะเรื่องราวของหมอบรัดเลย์ ขณะนั้นผมดำรงตำแหน่งเป็นอุปนายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย ซึ่งมีโอกาสร่วมจัดกิจกรรมวันการพิมพ์ไทยในวันที่ 3 มิถุนายนของทุกปี

ทางสมาคมการพิมพ์ไทยทราบว่าผมสนใจเรื่องประวัติศาสตร์การพิมพ์ โดยเฉพาะหมอบรัดเลย์ จึงชวนให้ช่วยถ่ายทอดเรื่องราวและเรียบเรียงข้อมูลเกี่ยวกับคุณูปการของท่าน จนเกิดแนวคิดว่าควรมีการจัดทำข้อมูลถาวร เพื่อให้ผู้ที่มาเยี่ยมชมสุสานได้รับรู้ว่า หมอบรัดเลย์มีความสำคัญต่อวงการพิมพ์ไทยอย่างไร

โดยส่วนตัวผมศึกษาประวัติศาสตร์การพิมพ์ไทยมานาน โดยเฉพาะยุคแรกที่มีการนำเทคโนโลยีแท่นพิมพ์เข้ามาในประเทศ รวมถึงค้นคว้าจากเอกสารและรายงานของกลุ่มมิชชันนารีโปรเตสแตนต์ ซึ่งมีการบันทึกการทำงานและส่งรายงานกลับไปยังต่างประเทศเป็นประจำทุกปี ข้อมูลเหล่านี้ทำให้เห็นภาพว่า จุดเริ่มต้นของการพิมพ์ไทยมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มมิชชันนารีที่นำองค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่เข้ามา

จากการศึกษาค้นคว้า มองว่าตัวตนของหมอบรัดเลย์เป็นคนอย่างไร

ผมมองว่าท่านเป็นคนที่รักเมืองไทย และใช้ชีวิตของท่านเพื่อทำประโยชน์ให้กับสังคมไทย แม้จุดเริ่มต้นของการเดินทางเข้ามาจะเป็นเรื่องของการเผยแพร่ศาสนาคริสต์ และในช่วงแรกต้องพบกับอุปสรรคหลายอย่าง แต่เมื่อเข้าสู่สมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สยามเริ่มเปิดรับความรู้และวิทยาการจากตะวันตกมากขึ้น หมอบรัดเลย์ก็มีโอกาสนำความรู้หลายด้านเข้ามาเผยแพร่

ท่านไม่ได้มีบทบาทเฉพาะด้านการพิมพ์ แต่ยังรวมถึงด้านการแพทย์ การศึกษา และการนำองค์ความรู้สมัยใหม่เข้ามาสู่สังคมไทย สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าท่านเป็นผู้ที่ต้องการสร้างประโยชน์และพัฒนาสังคมอย่างแท้จริง

การนำแท่นพิมพ์เข้ามาในประเทศไทย ส่งผลต่อสังคมไทยอย่างไร

ส่งผลอย่างมาก เพราะก่อนที่จะมีเทคโนโลยีการพิมพ์ การบันทึกความรู้ของไทยใช้วิธีจารลงบนใบลาน หรือเขียนลงสมุดไทย ซึ่งต้องทำทีละเล่ม ทำให้การเผยแพร่ความรู้เกิดขึ้นได้ช้าและอยู่ในวงจำกัด

แต่เมื่อมีแท่นพิมพ์ มีตัวพิมพ์โลหะเข้ามา เอกสารหนึ่งเรื่องสามารถผลิตซ้ำได้เป็นจำนวนมาก จากเดิมที่มีเพียงไม่กี่ฉบับ ก็สามารถกระจายออกไปเป็นร้อย เป็นพัน หรือเป็นหมื่นฉบับได้

สิ่งสำคัญคือ เมื่อข้อมูลกระจายออกไป ผู้คนก็มีโอกาสเข้าถึงความรู้ใหม่ ๆ ได้มากขึ้น เกิดการเรียนรู้ เกิดความคิด และเกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคม

ตัวอย่างหนึ่งคือ ในสมัยรัชกาลที่ 3 มีการว่าจ้างหมอบรัดเลย์พิมพ์ประกาศห้ามสูบฝิ่น ซึ่งถือเป็นเอกสารราชการสำคัญในยุคแรก ๆ ที่ถูกผลิตและเผยแพร่ด้วยระบบการพิมพ์จำนวนมาก

ดังนั้นการพิมพ์ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของเทคโนโลยี แต่เป็นเครื่องมือที่ทำให้องค์ความรู้เดินทางไปถึงผู้คน และมีส่วนผลักดันให้สังคมไทยเปิดรับความเปลี่ยนแปลงมากขึ้น

นอกจากเทคโนโลยีการพิมพ์ หมอบรัดเลย์ได้ทิ้งมรดกทางความคิดอะไรไว้ให้คนรุ่นหลัง

ถ้าพูดถึงสิ่งที่หมอบรัดเลย์ทิ้งไว้ ผมคิดว่าเป็นเรื่องของ “การเรียนรู้ตลอดชีวิต” ท่านเป็นตัวอย่างของคนที่เรียนรู้จากการลงมือทำ หรือ Learning by Doing ท่านติดตามความเปลี่ยนแปลงของโลก เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ และนำสิ่งเหล่านั้นกลับมาสร้างประโยชน์ให้กับสังคมไทย

แม้ในช่วงปลายชีวิต ท่านยังคงทำงานด้านความรู้ โดยจัดทำพจนานุกรมภาษาไทย “อักขราภิธานศัพท์” ซึ่งแสดงให้เห็นว่าท่านไม่เคยหยุดศึกษาและพัฒนาตัวเอง

เพราะฉะนั้น มรดกของหมอบรัดเลย์อาจไม่ได้มีเพียงแท่นพิมพ์หรือสิ่งประดิษฐ์ แต่คือแนวคิดของการเปิดรับสิ่งใหม่ และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต

หากหมอบรัดเลย์ได้เห็นอุตสาหกรรมการพิมพ์ไทยในวันนี้ ตั้งแต่ยุคแท่นพิมพ์มาจนถึงยุคดิจิทัลและ AI ท่านน่าจะรู้สึกอย่างไร

ถ้าหมอบรัดเลย์ได้กลับมายืนมองการเปลี่ยนแปลงในวันนี้ ผมคิดว่าท่านคงยิ้มด้วยความภูมิใจ

ภูมิใจที่สิ่งที่ท่านเริ่มต้นไว้ ได้ถูกพัฒนาต่อยอดมาไกล จากแท่นพิมพ์เครื่องหนึ่งที่ทำให้ความรู้ถูกเผยแพร่ออกไป สู่ยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ทำให้ข้อมูลเดินทางได้รวดเร็วยิ่งกว่าเดิม

ย้อนกลับไป สังคมไทยเคยใช้วิธีคัดลอกองค์ความรู้ด้วยมือ ขณะที่หลายประเทศมีเทคโนโลยีการพิมพ์ที่ช่วยกระจายความรู้ได้รวดเร็วกว่า การเข้ามาของหมอบรัดเลย์จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ช่วยเปิดประตูให้สังคมไทยเข้าสู่โลกของการสื่อสารสมัยใหม่

แม้เครื่องมือจะเปลี่ยนจากแท่นพิมพ์มาสู่ดิจิทัล แต่หัวใจยังเหมือนเดิม คือการส่งต่อความรู้ไปสู่ผู้คนให้กว้างที่สุด

จากแท่นพิมพ์ในวันนั้น สู่เทคโนโลยีในวันนี้ เรื่องราวของหมอบรัดเลย์สะท้อนให้เห็นว่า การพิมพ์ไม่ใช่เพียงกระบวนการผลิตตัวอักษร แต่คือพลังของการเผยแพร่ความรู้และขับเคลื่อนสังคม และมรดกสำคัญที่สุดที่ท่านฝากไว้ อาจไม่ใช่เพียงประวัติศาสตร์หน้าแรกของการพิมพ์ไทย แต่คือแรงบันดาลใจให้คนรุ่นต่อไปกล้าที่จะเรียนรู้ เปิดรับ และสร้างการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ ต่อไป