ผู้มีคุณูปการต่ออุตสาหกรรมการพิมพ์
จากประสบการณ์ สู่การเปลี่ยนผ่าน และอนาคตใหม่ของอุตสาหกรรมการพิมพ์ไทย
โดย คุณสมศักดิ์ ดารารัตนโรจน์, คุณนภดล ไกรฤกษ์ และคุณกำชัย เตชะวิเชียร
เนื่องในโอกาส วันการพิมพ์ไทย ประจำปี 2569 มูลนิธิเงินทุนแสดงงานพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้มีการมอบรางวัล “ผู้มีคุณูปการต่ออุตสาหกรรมการพิมพ์” เพื่อเชิดชูเกียรติบุคคลผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์ พัฒนา และขับเคลื่อนวงการการพิมพ์ไทยมาอย่างต่อเนื่อง
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา อุตสาหกรรมการพิมพ์ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงหลายยุคหลายสมัย ตั้งแต่การเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยี ระบบการผลิต รูปแบบการสื่อสาร ไปจนถึงความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป แต่เบื้องหลังความก้าวหน้าเหล่านั้น ล้วนเกิดจากบุคลากรที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และความมุ่งมั่นในการผลักดันให้อุตสาหกรรมเดินหน้าต่อไป
รางวัลนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการยกย่องความสำเร็จที่ผ่านมา แต่ยังสะท้อนถึงคุณค่าของประสบการณ์ แนวคิด และวิสัยทัศน์ของบุคคลต้นแบบ ที่สามารถส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับผู้ประกอบการและคนรุ่นใหม่ในอุตสาหกรรมการพิมพ์ไทย
ในโอกาสนี้ เราได้รับฟังมุมมองจาก 3 ผู้ได้รับรางวัลผู้มีคุณูปการต่ออุตสาหกรรมการพิมพ์ ที่จะมาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ แนวคิดการปรับตัว และทิศทางของอุตสาหกรรมในอนาคต

คุณสมศักดิ์ ดารารัตนโรจน์
ส่งต่อประสบการณ์ สร้างคนรุ่นใหม่ให้พร้อมรับโลกที่เปลี่ยนแปลง
ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนวิธีการทำงานและการเรียนรู้ บทบาทของผู้มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมไม่ได้หยุดอยู่เพียงการถ่ายทอดความรู้ แต่คือ การส่งต่อแนวคิด มุมมอง และบทเรียนจากการทำงานจริง ซึ่งเป็นสิ่งที่เทคโนโลยียังไม่สามารถทดแทนได้
ตลอดระยะเวลาการทำงานที่ผ่านมา คุณสมศักดิ์มีแนวคิดอย่างไรในการถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับคนรุ่นใหม่ เพื่อให้เข้ามาสู่อุตสาหกรรมการพิมพ์
จริง ๆ แล้วการจะดึงคนรุ่นใหม่เข้ามา สิ่งสำคัญคือ การนำประสบการณ์ที่ผ่านมาไปบอกเล่า ให้เขาได้เห็นเส้นทางและโอกาสของอุตสาหกรรมนี้ เพราะบางครั้งเรื่องราวเล็ก ๆ จากประสบการณ์จริง อาจทำให้เขาเห็นว่าสิ่งต่าง ๆ สามารถเกิดขึ้นได้
วันนี้การถ่ายทอดความรู้เปลี่ยนไปจากเดิม เราอาจไม่สามารถใช้คำว่า “สอน” คนรุ่นใหม่แบบในอดีตได้ เพราะโลกแห่งการเรียนรู้เปิดกว้างมาก เทคโนโลยีและ AI ทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น
แต่สิ่งที่คนรุ่นก่อนสามารถส่งต่อได้ คือ ประสบการณ์จริง วิธีคิด และบทเรียนจากสิ่งที่เคยผ่านมา ซึ่งเป็นสิ่งที่จะช่วยเติมเต็มความรู้ให้กับคนรุ่นใหม่
คนรุ่นใหม่ควรพัฒนาทักษะด้านใดเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต
วันนี้ต้องเป็นคนที่พร้อมเรียนรู้ตลอดเวลา ไม่ใช่แค่ความรู้เฉพาะทางหรือภาษา แต่ต้องเข้าใจเทคโนโลยี เข้าใจ AI และรู้ว่าโลกกำลังเดินไปในทิศทางไหน
เราควรมองออกไปดูประเทศที่พัฒนาไปข้างหน้า เช่น ประเทศจีน ที่มีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว เพื่อนำสิ่งเหล่านั้นกลับมาปรับใช้
มองอนาคตอุตสาหกรรมการพิมพ์อีก 10 ปีข้างหน้าอย่างไร
สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ เรื่องเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ทั้งสองเรื่องจะเป็นปัจจัยสำคัญของอุตสาหกรรมในอนาคต
สิ่งสำคัญคือ ผู้ประกอบการและบุคลากรต้องปรับตัวให้ได้ ผมมักเปรียบว่า คนเราควรเป็นเหมือน “น้ำ” สามารถอยู่ได้ทุกสถานะ ทุกสภาวะ และทุกภาชนะ แต่ยังคงสร้างประโยชน์ให้กับสิ่งรอบตัว

คุณนภดล ไกรฤกษ์
AI และความยั่งยืน โจทย์สำคัญของโรงพิมพ์ยุคใหม่
เมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัล อุตสาหกรรมการพิมพ์ไม่ได้แข่งขันกันเพียงด้านคุณภาพงานพิมพ์อีกต่อไป แต่ต้องปรับตัวให้ทันกับเทคโนโลยี พร้อมรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรม
ผู้ประกอบการการพิมพ์ในปัจจุบันกำลังเผชิญกับความท้าทายอะไรบ้าง
ความท้าทายหลักในวันนี้มีอยู่สองเรื่อง คือ AI และสิ่งแวดล้อม ซึ่งทั้งสองเรื่องต้องถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการ
AI จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับหลายส่วน ทั้งการออกแบบ การตลาด ระบบควบคุมคุณภาพ และกระบวนการผลิต ดังนั้นโรงพิมพ์ต้องเรียนรู้และนำ AI มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ขณะเดียวกัน เรื่องสิ่งแวดล้อมก็สำคัญมาก ตั้งแต่วัสดุที่เลือกใช้ การลดพลังงาน ลดของเสีย ลดคาร์บอน และการเดินไปสู่เป้าหมาย Net Zero โรงพิมพ์ยุคใหม่จึงไม่ได้วัดกันแค่คุณภาพของงานพิมพ์ แต่ต้องคำนึงถึงความยั่งยืนของกระบวนการทั้งหมด

AI สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับอุตสาหกรรมการพิมพ์อย่างไร
AI สามารถช่วยได้ตั้งแต่การวางแผนการตลาด การผลิต การตรวจสอบคุณภาพ ไปจนถึงการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อนำไปปรับปรุงกระบวนการ ลดความผิดพลาด และลดความสูญเสีย
อีกเทคโนโลยีที่ควรศึกษา คือ Digital Twin ซึ่งสามารถจำลองระบบโรงงาน เครื่องจักร และกระบวนการผลิตในรูปแบบดิจิทัล ช่วยให้บริหารจัดการและพัฒนาบุคลากรได้ดีขึ้น
โอกาสใหม่ของอุตสาหกรรมการพิมพ์ไทยอยู่ตรงไหน
งานพิมพ์ด้านบรรจุภัณฑ์ยังมีโอกาสเติบโต เพราะเกี่ยวข้องกับสินค้าอุปโภคบริโภค แต่การเติบโตต้องมาพร้อมความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
อนาคตผู้ประกอบการต้องนำคุณภาพ เทคโนโลยี และความยั่งยืนมารวมกัน เพื่อสร้างโซลูชันใหม่ให้กับตลาด

คุณกำชัย เตชะวิเชียร
Green Printing เส้นทางการปรับตัวที่สร้างโอกาสใหม่
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม มีผู้ประกอบการที่เลือกมองความเปลี่ยนแปลงเป็นโอกาส และเดินหน้าสร้างแนวทางใหม่ให้ธุรกิจ ผ่านแนวคิดการพิมพ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
จุดเริ่มต้นในการเข้าสู่ธุรกิจโรงพิมพ์เป็นอย่างไร
จุดเริ่มต้นมาจากธุรกิจร้านแยกสี แต่เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยน โรงพิมพ์เริ่มทำกระบวนการต่าง ๆ ได้เองมากขึ้น เราจึงต้องปรับตัวและก้าวเข้าสู่ธุรกิจโรงพิมพ์
เมื่อเริ่มทำโรงพิมพ์ ผมคิดว่าเราไม่ควรทำเหมือนเดิม แต่ต้องนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้ และเลือกแนวทางที่แตกต่าง คือ การให้ความสำคัญกับนวัตกรรมและสิ่งแวดล้อม
ช่วงแรกไม่ง่าย เพราะวัสดุรักษ์โลกมีต้นทุนสูงกว่า และตลาดยังไม่เข้าใจ แต่เราเชื่อว่านี่คือทิศทางของอนาคต

มองการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมการพิมพ์อย่างไร
อุตสาหกรรมเปลี่ยนไปมาก โรงพิมพ์หลายแห่งทยอยออกจากตลาด เพราะรูปแบบธุรกิจเปลี่ยน หากไม่ปรับตัวก็อยู่ได้ยาก แต่ในขณะเดียวกัน ตลาดด้าน Green Printing และบรรจุภัณฑ์ยังมีโอกาสเติบโต เพราะผู้บริโภคและองค์กรต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ผมอยากให้โรงพิมพ์มองกันเป็นคู่ค้า ไม่ใช่คู่แข่ง เพราะการช่วยกันพัฒนา จะทำให้อุตสาหกรรมทั้งหมดเดินต่อไปได้
อยากฝากอะไรถึงคนในอุตสาหกรรม
สิ่งสำคัญที่สุดคือ “ต้องปรับตัว” เพราะโลกเปลี่ยนเร็วมาก โดยเฉพาะเมื่อ AI และเทคโนโลยีใหม่เข้ามา ใครที่พร้อมเปลี่ยนแปลง พร้อมเรียนรู้ และมองหาโอกาสใหม่ ก็ยังสามารถเติบโตได้ในอุตสาหกรรมนี้ คุณกำชัยกล่าวปิดท้าย
อุตสาหกรรมการพิมพ์ไทยบนเส้นทางการเปลี่ยนแปลง
มุมมองจากผู้มีคุณูปการต่ออุตสาหกรรมการพิมพ์ทั้ง 3 ท่าน สะท้อนให้เห็นว่า แม้โลกของการพิมพ์จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว แต่หัวใจสำคัญที่ยังคงอยู่ คือ การเรียนรู้และการปรับตัว
ประสบการณ์จากคนรุ่นก่อน เทคโนโลยีจากยุคใหม่ และแนวคิดด้านความยั่งยืน จะเป็นพลังสำคัญที่ช่วยผลักดันให้อุตสาหกรรมการพิมพ์ไทยก้าวต่อไป

