แนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นและการลดการปล่อย

แนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นและการลดการปล่อย

ในการดำเนินใน Scope 3 Category 6 การเดินทางเพื่อธุรกิจ (Business Travel)

ดร.ชานนท์ วินิจชีวิต จาก smartgreeny.com

ในยุคที่ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกลายเป็นความท้าทายระดับโลก องค์กรต่าง ๆ เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการวัดและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจัง โดยหนึ่งในเครื่องมือสำคัญ คือ “คาร์บอนฟุตพริ้นองค์กร” (Carbon Footprint for Organization: CFO)

ภายใต้มาตรฐาน Greenhouse Gas Protocol การปล่อยก๊าซเรือนกระจกถูกแบ่งออกเป็น 3 ขอบเขต (Scope 1, 2 และ 3) ซึ่ง Scope 3 ถือเป็นส่วนที่ซับซ้อนที่สุด เนื่องจากเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางอ้อมตลอดห่วงโซ่คุณค่า

บทความนี้จะเจาะลึกใน Scope 3 Category 6 หรือ “การเดินทางเพื่อธุรกิจ (Business Travel)” ซึ่งเป็นแหล่งการปล่อยก๊าซที่หลายองค์กรอาจมองข้าม แต่มีผลกระทบไม่น้อย

ความหมายของ Scope 3 Category 6

Scope 3 Category 6 หมายถึง การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจาก “การเดินทางของพนักงานเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ” โดยใช้ยานพาหนะที่องค์กรไม่ได้เป็นเจ้าของหรือควบคุมโดยตรง เช่น

  • การเดินทางโดยเครื่องบิน
  • การเดินทางด้วยรถไฟ
  • การใช้รถเช่า / รถแท็กซี่
  • การเข้าพักโรงแรมระหว่างปฏิบัติงาน

แหล่งการปล่อยก๊าซหลัก

1. การเดินทางทางอากาศ (Air Travel)

เป็นแหล่งปล่อยคาร์บอนที่สูงที่สุดในหมวดนี้ โดยเฉพาะเที่ยวบินระยะไกล (Long-haul flights)

  • ปล่อย CO2 สูงต่อระยะทาง
  • มีผลกระทบเพิ่มเติม เช่น Radiative Forcing

2. การเดินทางภาคพื้นดิน (Ground Travel)

เช่น รถยนต์ รถไฟ หรือรถโดยสาร

  • รถยนต์ส่วนบุคคล -> ปล่อยสูง
  • รถไฟ (EV) -> ปล่อยต่ำกว่า

3. ที่พัก (Accommodation)

โรงแรมมีการใช้พลังงานจำนวนมาก เช่น

  • ระบบปรับอากาศ
  • แสงสว่าง
  • การซักรีด

วิธีการคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์

การคำนวณ Scope 3 Cat 6 โดยทั่วไปใช้หลักการ: ปริมาณกิจกรรม (Activity Data) × ค่าการปล่อย (Emission Factor)

ตัวอย่าง:

• กิโลเมตรการบิน × ค่า EF ของเครื่องบิน
• จำนวนคืนที่พัก × ค่า EF ของโรงแรม

ความท้าทายในการจัดเก็บข้อมูล

Scope 3 Cat 6 มีความยากในหลายด้าน เช่น:

• ข้อมูลกระจัดกระจาย (จาก HR, Travel Agency, Accounting)
• พนักงานจองการเดินทางเอง
• ขาดระบบติดตามแบบรวมศูนย์

แนวทางการลดการปล่อยคาร์บอน

1. ลดความจำเป็นในการเดินทาง

  • ใช้ Video Conference เช่น Zoom หรือ Microsoft Teams
  • ลดการประชุมแบบ Face-to-face

2. เลือกวิธีเดินทางที่ปล่อยต่ำ

  • ใช้รถไฟแทนเครื่องบิน (ระยะใกล้)
  • เลือกสายการบินที่มีประสิทธิภาพ

3. นโยบายองค์กร (Travel Policy)

  • กำหนด Carbon Budget
  • สนับสนุน Green Hotel

4. Carbon Offset

  • ลงทุนในโครงการปลูกป่า หรือพลังงานสะอาด

ตัวอย่างการนำไปใช้จริง

องค์กรขนาดใหญ่ เช่น Google และ Microsoft ได้มีการ:
• กำหนดนโยบายลด Business Travel
• ใช้ AI วิเคราะห์ความจำเป็นของการเดินทาง
• ลงทุนใน Carbon Removal

ความสำคัญเชิงกลยุทธ์

Scope 3 Cat 6 ไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่ยังเกี่ยวข้องกับ:

• ESG Reporting
• การแข่งขันทางธุรกิจ
• ภาพลักษณ์องค์กร

โดยเฉพาะในมาตรฐาน เช่น ISO 14064-1

สรุป

การจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์ใน Scope 3 Category 6 เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่องค์กรต้องให้ความสนใจ แม้จะเป็นการปล่อยทางอ้อม แต่มีศักยภาพในการลดได้อย่างมีนัยสำคัญ หากมีการวางแผนและบริหารจัดการอย่างเหมาะสม

การผสมผสานระหว่าง “เทคโนโลยี + นโยบาย + ความตระหนักของพนักงาน” จะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง