การเดินทางของพนักงานในประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นองค์กรต้องทำอย่างไร

การเดินทางของพนักงานในประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นองค์กรต้องทำอย่างไร

Commuting emissions (Scope 3 Category 7)

ดร.ชานนท์ วินิจชีวิต จากระบบ smartgreeny.com

ณ ปัจจุบัน ถ้าพูดถึงคาร์บอนฟุตพริ้นองค์กร ก็คงจะเป็นไปได้ยากที่จะไม่มีคนรู้จักแล้ว เพราะนอกจาก ข้อบังคับหลาย ๆ ด้านทั้งจากภาครัฐ และสภาวะการแข่งใครในตลาดต่าง ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดสิ่งแวดล้อม คงหลีกหนีไม่ได้ที่องค์กรนั้นต้องจัดทำรายงานการประเมินก๊าซเรือนกระจกในรูปแบบคาร์บอนฟุตพริ้นองค์กร (Carbon Footprint Organization : CFO)

ไม่ว่าจะเป็นตามมาตรฐานองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ จะเป็น ISO14064-1 ก็ตาม ล้วนเป็นสิ่งที่จำเป็นที่องค์กรต้องทำ ซึ่งด้านเราศึกษาการประเมินของการคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นองค์กรเข้าไป จะรู้ว่าหลักการมันมี 3 ประเภท หรือ เราจะเรียกว่า “Scope”

  • Scope 1: การปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกทางตรง
  • Scope 2: การปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม จากการใช้พลังงาน (ไฟฟ้า, ไอน้ำ)
  • Scope 3: การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่น โดยใน scope นี้ก็จะมีการหมวดหมู่ย่อยไว้ที่ 15 กลุ่มด้วยกัน เราเรียกว่า “Category”

โดยวันนี้เราจะเน้นที่ Category ที่ 7 ที่เราเรียกว่า การเดินทางของพนักงาน หรือ Commuting emissions โดยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเดินทางไปทำงานของพนักงาน หมายถึง การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเดินทางของพนักงานระหว่างบ้านและที่ทำงาน โดยในปัจจุบัน เมื่อบริษัทที่มีนโยบายด้านความยั่งยืน ถ้ามีการคำนวณในมุมนี้เกิดขึ้น ก็มักพบว่าการเดินทางไปทำงานของพนักงานก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่าการใช้พลังงานทั้งหมดของสำนักงาน ซึ่งเผยให้เห็นถึงส่วนสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมสูงมากขึ้น เป็น 10-30% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดขององค์กร แต่หลายบริษัทยังคงประสบปัญหาในการวัดและลดการปล่อยก๊าซเหล่านี้อย่างแม่นยำอยู่

ก่อนอื่นเราต้อง เข้าใจการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเดินทางไปทำงานของพนักงาน (Scope 3 Category ที่ 7) คือ แหล่งที่มาของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเดินทางไปทำงานของพนักงาน โดยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเดินทางไปทำงานเกิดจากโหมดการขนส่งต่าง ๆ ที่พนักงานใช้ในการเดินทางไปยังที่ทำงาน เช่น

  • การเดินทางโดยรถยนต์: รถยนต์ส่วนบุคคล รวมถึงรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซิน ดีเซล ไฮบริด และไฟฟ้า
  • การขนส่งสาธารณะ: รถประจำทาง รถไฟ รถไฟใต้ดิน และรถราง
  • การเดินทางโดยเครื่องบิน: สำหรับพนักงานที่มีระยะทางในการเดินทางไกลเป็นพิเศษ หรือผู้ที่เดินทางระหว่างสำนักงาน

บริษัทอาจรวมการปล่อยก๊าซจากการทำงานทางไกลไว้ในหมวดหมู่นี้ด้วย โดยคำนึงถึงการใช้พลังงานในบ้านเพิ่มเติมเมื่อพนักงานทำงานจากระยะไกล

เหตุใดการวัดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเดินทางจึงมีความสำคัญ

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งเป็นกลุ่มก๊าซเรือนกระจกที่เติบโตเร็วที่สุดในระดับโลก สำหรับบริษัทที่ให้บริการ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเดินทางมักคิดเป็นสัดส่วนที่สำคัญของปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์โดยรวม ทำให้การวัดที่แม่นยำมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรายงานขอบเขตและประเภทการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างครอบคลุม

นอกเหนือจากข้อกำหนดด้านการปฏิบัติตามกฎหมายแล้ว การติดตามการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเดินทางยังให้คุณค่าทางธุรกิจเชิงกลยุทธ์ บริษัทต่าง ๆ ค้นพบโอกาสในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพสถานที่ตั้งสำนักงานให้ใกล้กับระบบขนส่งสาธารณะ หรือการนำรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นมาใช้ โครงการริเริ่มเหล่านี้มักจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในขณะเดียวกันก็เพิ่มความพึงพอใจของพนักงาน สร้างกรณีทางธุรกิจที่น่าสนใจซึ่งขยายไปไกลกว่าการพิจารณาด้านสิ่งแวดล้อม

บริษัทต่าง ๆ สามารถคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเดินทางของพนักงานได้อย่างไร?

การคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเดินทางต้องอาศัยการรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบและวิธีการคำนวณที่แข็งแกร่ง ความซับซ้อนของกระบวนการนี้ทำให้ซอฟต์แวร์การบัญชีคาร์บอนมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการวัดที่แม่นยำและปรับขนาดได้

วิธีการรวบรวมข้อมูล

แบบสำรวจพนักงานยังคงเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการรวบรวมข้อมูลการเดินทาง อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จขึ้นอยู่กับการออกแบบแบบสำรวจและกลยุทธ์การดำเนินการซึ่งเป็นวิธีที่ใช้เวลาไม่นาน

ปัจจัยและวิธีการคำนวณ

ข้อมูลระยะทาง: ระยะทางจากบ้านถึงที่ทำงาน โดยควรใช้รหัสไปรษณีย์เพื่อความแม่นยำ
รูปแบบการเดินทาง: วิธีการเดินทางหลักและรองที่ใช้
รูปแบบความถี่: จำนวนวันที่เดินทางไปทำงานต่อสัปดาห์ และจำนวนสัปดาห์ที่ทำงานต่อปี

ระเบียบวิธี GHG ได้กำหนดวิธีการหลักสามวิธีสำหรับการคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเดินทางไปทำงาน:

1. วิธีคำนวณตามระยะทาง
วิธีนี้ใช้ระยะทางและรูปแบบการเดินทางที่พนักงานรายงาน โดยใช้ปัจจัยการปล่อยก๊าซที่เหมาะสม การคำนวณมีดังนี้:

2. วิธีคำนวณตามปริมาณเชื้อเพลิง
เมื่อมีข้อมูลการใช้เชื้อเพลิง การปล่อยก๊าซจะเท่ากับ:

3. วิธีการใช้ข้อมูลเฉลี่ย คือ การใช้สถิติการเดินทางไปทำงานระดับชาติหรือระดับภูมิภาคเมื่อไม่มีข้อมูลเฉพาะของพนักงาน
โดยผลลัพธ์ของการคำนวณ ก็จะรวมออกมาในรูปแบบ TCO2 เหมือนกับการคำนวณหาปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจาก Category อื่น ๆ