ปัญญาประดิษฐ์ (AI)ในเทคโนโลยีการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์

ปัญญาประดิษฐ์ (AI)ในเทคโนโลยีการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์

ประสิทธิภาพ และขับเคลื่อนสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน อย่างเป็นรูปธรรม

โดย ร.ศ.ดร. จันทิรา โกมาสถิตย์

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังปฏิวัติการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน โดยลดของเสียลงอย่างมากผ่านการตรวจจับข้อผิดพลาดแบบเรียลไทม์

ปรับรูปแบบการวางหน้างานพิมพ์ให้เหมาะสมเพื่อประสิทธิภาพการใช้วัสดุพิมพ์ ช่วยให้สามารถออกแบบเฉพาะบุคคลได้อย่างยิ่งและปรับปรุงกระบวนการรีไซเคิล ซึ่งนำไปสู่การประหยัดต้นทุนอย่างมาก ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนผ่านไปสู่รูปแบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (circular economy models) ทั้งหมดนี้ในขณะที่เพิ่มผลผลิตและนำเสนอโอกาสใหม่ ๆ สำหรับธุรกิจ

คลื่นลูกแรกของ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เชิงทำนาย (Predictive AI) ปรากฏขึ้นสู่สาธารณชนในปี พ.ศ. 2566 ด้วยการปรากฏตัวของ ChatGPT ทันใดนั้นเทคโนโลยีการเรียนรู้ของเครื่องจักร (Machine learning) ก็อยู่ในมือของทุกคน
ต่อมาในปี พ.ศ. 2567 คลื่นลูกที่สองได้นำเสนอ AI เชิงสร้างสรรค์ หรือ Generative AI) ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างเนื้อหาที่หลากหลายมากขึ้น รวมถึงวิดีโอ กราฟิก เพลง และอื่นๆ และสร้างเครื่องมือสนทนาที่ดีขึ้นเพื่อโต้ตอบกับมนุษย์ ส่งผลให้สื่อออนไลน์มีเนื้อหาที่ผลิตโดย AI เพิ่มขึ้นอย่างมาก และในปี พ.ศ. 2568 นี้ เรากำลังเห็นจุดเริ่มต้นของคลื่นลูกที่สาม นั่นคือ Agentic AI ช่วยงานแก้ปัญหาที่ซับซ้อนและหลายขั้นตอนได้อย่างทันอกทันใจ ด้วยขุมพลังที่ดีเยี่ยมทำให้ ChatGPT เวอร์ชันนี้แม่นยำกว่าเวอร์ชันก่อนหน้า แม้ว่ามันจะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาอยู่ก็ตาม

การปฏิวัติการดำเนินงานธุรกิจการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์สามารถสำเร็จได้อย่างรวดเร็วสะดวกมากขึ้นด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ตัวอย่างการใช้งาน ChatGPT ซึ่งช่วยการคำนวณ ราคาต่อหน่วย ต้นทุน โดยแสดงขั้นตอนการคำนวณมาให้ได้ พร้อมด้วยข้อมูลผู้ค้าหรือซัพพลายเออร์ที่ตอบสนองการผลิตงาน การวิเคราะห์วัสดุของบรรจุภัณฑ์ที่ต้องการผลิตผ่านรูปถ่ายง่ายๆจากมือถือ เป็นต้น เพียงแค่คุณคีย์ถามในข้อที่ต้องการในเครื่องมือสนทนา ใช้เวลาเพียงแค่ไม่ถึงนาทีก็ได้คำตอบ

ความก้าวหน้าอันน่าทึ่งเหล่านี้อาจดูเหมือนมาจากนิยายวิทยาศาสตร์ แต่ในความเป็นจริง AI เป็นส่วนสำคัญของธุรกิจการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์สมัยใหม่แล้ว มีการนำไปใช้ในส่วนผลิตสิ่งพิมพ์ในต่างๆ เช่น สร้างสรรค์งานออกแบบ งานประเมินราคา การตัดสินใจเลือกการจัดการสีและการจัดวางหน้ากระดาษที่เหมาะสมที่สุดในขั้นตอนงานก่อนพิมพ์ (prepress) และการวางแผนงานพิมพ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญของเครื่องจักรแบบอัตโนมัติ ช่วยให้ฝ่ายบริหารตัดสินใจได้ทันทีแบบเรียลไทม์โดยอิงจากข้อมูลป้อนกลับจากผลผลิตของเครื่องจักร ซึ่งการเพิ่มขึ้นของระบบดิจิทัลในอุตสาหกรรมการพิมพ์เป็นปัจจัยหนึ่งที่นำไปสู่การนำ AI มาใช้

ปัจจุบัน generative AI อาจมีปัญหาในการประมวลผลคำศัพท์พื้นฐานเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ แต่ AI ทำได้ดีเยี่ยมในการจำลองตัวการ์ตูนหรือบุคคลที่มีชื่อเสียง เนื่องจากมีฐานข้อมูลจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้กำลังเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากประสิทธิภาพที่ได้ปรับปรุงไปอย่างมากทำให้ AI กลายเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการนำผลิตภัณฑ์ที่ปรับแต่งได้ (customized product) ออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้น แม้ว่าความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ยังคงจำเป็นเพื่อลดความเสี่ยงจากการลอกเลียนแบบ แต่แบรนด์และนักออกแบบบรรจุภัณฑ์/กราฟิกมีข้อมูลเพิ่มเติมมากมายให้ใช้งาน รวมถึงการวิจัยผู้บริโภคที่ลึกซึ้งและครอบคลุมมากขึ้น ข้อมูลสดใหม่เกี่ยวกับประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ และข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความชอบในระดับภูมิภาคหรือระดับย่อย

ศักยภาพของ AI ที่ผสานกับการพิมพ์ดิจิทัลนั้นมหาศาล เพื่อให้สามารถทดสอบความผิดพลาดได้อย่างรวดเร็วและขยายขนาดได้อย่างฉับไว แบรนด์ต่างๆ กำลังมองหาดีไซน์สองแบบ คือ เวอร์ชันสำหรับวางขายบนชั้นวางสินค้าในร้านค้าปลีก และเวอร์ชันสำหรับร้านค้าออนไลน์ E-commerce เวอร์ชันสำหรับวางขายบนชั้นวางสินค้าในร้านค้าปลีกต้องให้ข้อมูลที่รวดเร็วและชัดเจน ในขณะที่เวอร์ชันอีคอมเมิร์ซมอบประสบการณ์การเปิดกล่องที่น่าประทับใจและทำให้ผู้บริโภครู้สึกดีที่ได้ตัดสินใจถูกต้อง งานออกแบบสำหรับหน่วยแสดงสินค้าก็เป็นส่วนสำคัญที่สนับสนุนบรรจุภัณฑ์ โดยจะแตกต่างกันไปตามโปรโมชั่นต่างๆ หรือแสดงถึงความแตกต่างในแต่ละภูมิภาค ก่อนหน้านี้ วัสดุสนับสนุน ณ จุดขาย (POS point of purchase ) อาจดูทั่วไป แต่ตอนนี้จะมีความโดดเด่นมากขึ้นบนชั้นวางสินค้า

ปัจจุบันมีการประยุกต์ใช้ AI มากมายที่อยู่เบื้องหลังกระบวนการทำงาน ซึ่งทำให้กระบวนการต่างๆ มีประสิทธิภาพมากขึ้น AI ช่วยจัดการสินค้าคงคลังในสถานที่สำคัญๆ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าสินค้าจะถูกจัดส่งภายใน 24 ชั่วโมงสำหรับศูนย์กระจายสินค้าขนาดเล็ก และลดปริมาณวัสดุที่จำเป็นในการบรรจุภัณฑ์สำหรับการจัดส่ง ในขณะที่การบรรจุภัณฑ์มีการใช้ระบบอัตโนมัติสูงอยู่แล้ว AI ก็กำลังเร่งการใช้หุ่นยนต์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเรียงและวางซ้อนสินค้าบนพาเลท

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ปฏิวัติวงการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์อย่างไร:

1. ด้านประสิทธิภาพงานพิมพ์ ลดของเสียและเพิ่มประสิทธิภาพ ดังนี้

1.1 การควบคุมคุณภาพอัตโนมัติ:

เช่น กล้องที่ขับเคลื่อนด้วย AI ตรวจจับข้อผิดพลาดและข้อบกพร่องขณะพิมพ์ได้ทันที ช่วยลดข้อผิดพลาดของงานพิมพ์และวัสดุเสียได้อย่างมากซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดทรัพยากร แต่ยังช่วยลดต้นทุนการผลิตอีกด้วย

1.2 การจัดวางหน้าเลย์เอาท์งานพิมพ์ที่เหมาะสมที่สุด:

อัลกอริทึมวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อจัดเรียงการออกแบบบนหน้ากระดาษหรือวัสดุพิมพ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้กระดาษหรือวัสดุพิมพ์และลดเศษวัสดุพิมพ์ให้น้อยที่สุด

1.3 การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์:

AI ตรวจสอบเครื่องจักร คาดการณ์ความล้มเหลวก่อนที่จะเกิดขึ้น ลดเวลาหยุดทำงานและยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์

2. ด้านสิ่งแวดล้อมความยั่งยืนและการหมุนเวียน ดังนี้

2.1 การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้วัสดุ:

AI คำนวณความต้องการหมึกพิมพ์และวัสดุพิมพ์อย่างแม่นยำ ลดปริมาณการใช้ที่เกินความจำเป็น

2.2 การออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม:

AI ช่วยออกแบบบรรจุภัณฑ์โดยคำนึงถึงการรีไซเคิล ประสิทธิภาพในการขนส่ง และการลดปริมาณวัสดุ

2.3 การรีไซเคิลที่ดียิ่งขึ้น:

AI ช่วยในการคัดแยกของเสียโดยการระบุวัสดุ ปรับปรุงอัตราการรีไซเคิลและคุณภาพของวัสดุรีไซเคิล ช่วยในการเลือกวัสดุการพิมพ์และหมึกพิมพ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย โดยการวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของวัสดุและหมึกพิมพ์ชนิดต่างๆ อัลกอริทึม AI สามารถแนะนำทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งรวมถึงการเลือกใช้กระดาษรีไซเคิล หมึกพิมพ์ที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ และทางเลือกอื่นๆ ที่ยั่งยืน

3. การพิมพ์เฉพาะบุคคลและการพิมพ์ตามความต้องการเฉพาะ (Personalization & Customization) ดังนี้

3.1 การออกแบบที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Designs) :

AI สร้างการออกแบบที่ไม่ซ้ำใครและตรงเป้าหมายสำหรับลูกค้าแต่ละราย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทางการตลาด

3.2 การพิมพ์ข้อมูลแบบแปรผัน (Variable Data Printing) :

ช่วยให้สามารถออกแบบงานพิมพ์ด้วยข้อความและกราฟิกที่หลากหลายตามต้องการได้ง่ายขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้มีต้นทุนสูงเกินไป

4.การประหยัดขั้นตอนการทำงานและต้นทุน:

4.1 ขั้นตอนการทำงานอัตโนมัติ:

AI ช่วยปรับปรุงงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพิ่มความเร็วในการผลิตและลดต้นทุน

4.2 การตัดสินใจที่ชาญฉลาดขึ้น:

รายงานข้อมูลเชิงธุรกิจแบบเรียลไทม์ช่วยให้ตัดสินใจในการดำเนินงานได้ดียิ่งขึ้น

การบำรุงรักษาเชิงรุกด้วยปัญญาประดิษฐ์

ระบบการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์กำลังเป็นที่แพร่หลายมากขึ้นในอุตสาหกรรมการพิมพ์ ระบบเหล่านี้ใช้อุปกรณ์ตรวจจับ ได้แก่ sensers และอัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่องจักรเพื่อคาดการณ์ว่าอุปกรณ์การพิมพ์มีแนวโน้มที่จะเสียหรือต้องการการบำรุงรักษาเมื่อใด การตอบสนองต่อความต้องการในการบำรุงรักษาอย่างทันท่วงทีจะช่วยให้บริษัทต่างๆ ลดเวลาหยุดทำงาน ลดการใช้พลังงาน และยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์การพิมพ์ได้

การเปลี่ยนผ่านไปสู่การพิมพ์ดิจิทัลและการพิมพ์ตามต้องการ (Digital transformation and on-demand printing)

การเปลี่ยนผ่านไปสู่การพิมพ์ดิจิทัลและการพิมพ์ตามต้องการเป็นเทรนด์สำคัญในอุตสาหกรรมการพิมพ์ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงนี้ ช่วยให้การผลิตผลิตภัณฑ์และสินค้าสิ่งพิมพ์มีประสิทธิภาพและตรงตามความต้องการเฉพาะบุคคล การพิมพ์จำนวนน้อยมีต้นทุนที่คุ้มค่ามากขึ้นผ่านการพิมพ์ระบบดิจิทัล และการผลิตเกินความต้องการก็ลดลง

ด้วยการออกแบบที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI การลดของเสีย การเลือกใช้วัสดุที่ยั่งยืน การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ และการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล อุตสาหกรรมการพิมพ์จึงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปัญญาประดิษฐ์ช่วยให้อุตสาหกรรมการพิมพ์สามารถรับมือกับความท้าทายที่เพิ่มขึ้นจากสังคมและการเมืองได้ แน่นอนว่ายังมีวิธีแก้ปัญหาอื่นๆ ที่จะช่วยกำหนดทิศทางและขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง แต่ขั้นตอนวิธีของปัญญาประดิษฐ์เป็นตัวขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงและช่วยเร่งกระบวนการไปสู่เป้าหมาย

อนาคต: การผสานพลังของมนุษย์และปัญญาประดิษฐ์

อนาคตไม่ได้หมายถึงปัญญาประดิษฐ์จะเข้ามาแทนที่มนุษย์ แต่เป็นการเสริมศักยภาพของมนุษย์ ผู้เชี่ยวชาญที่มีทักษะจะผสานความรู้ความชำนาญของตนเข้ากับพลังของปัญญาประดิษฐ์เพื่อผลลัพธ์ที่เหนือกว่า สร้างอุตสาหกรรมการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคล และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น


ข้อมูลอ้างอิง: ข้อมูลจากบทความ The Impact of AI on Printing and Packaging , published online on Monday, January 20, 2025.