ระบบสารสนเทศในการจัดการโรงพิมพ์และการจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นโรงพิมพ์
Management Information System and Carbon Footprint for Organization
ดร.ชานนท์ วินิจชีวิต
จากระบบ smartgreeny.com
ระบบบริการจัดการทรัพยากรในองค์กร ที่เราเรียกสั้น ๆ กันว่า ERP หรือ อาจจะใช้ชื่อ ยี่ห้อต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับแนวทางการตลาดของ แบรนด์นั้น ๆ เช่น โปรแกรมช้าง, โปรแกรม PAP หรือโปรแกรมอื่น ๆ ทั้งในและต่างประเทศ ต่างก็เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในการเอาข้อมูลมาจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นของโรงพิมพ์ได้โดยการบูรณาการข้อมูลเกี่ยวกับการใช้พลังงานและวัสดุจากทั่วทั้งธุรกิจ รวมถึงกระบวนการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์และอำนวยความสะดวกในการลดการปล่อยมลพิษ ฟังก์ชันเฉพาะของ ERP ช่วยให้สามารถติดตามการใช้พลังงาน การจัดการขยะ ประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และการปล่อยมลพิษในห่วงโซ่อุปทาน โซลูชัน โดยนำตรรกะแบบบัญชีคู่ระดับการเงินมาใช้กับบัญชีคาร์บอน ทำให้ข้อมูลการปล่อยมลพิษมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และนำไปปฏิบัติได้จริง เพื่อการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์และการปฏิบัติตามข้อกำหนด
ระบบ ERP ติดตามข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นได้อย่างไร
การรวบรวมข้อมูลส่วนกลาง โดยระบบ ERP รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้พลังงาน การใช้วัตถุดิบ กิจกรรมการผลิต และการขนส่งจากแหล่งต่าง ๆ รวมถึงเซ็นเซอร์ IoT และมาตรวัดสาธารณูปโภค (ถ้าระบบนั้นมีบริการ ในฟังก์ชั่นนั้น)
การรายงานแบบบูรณาการ: ข้อมูลที่รวบรวมนี้ใช้เพื่อสร้างแดชบอร์ด (Dash Board) และรายงานที่ติดตามการปล่อยมลพิษ ระบุ “จุดวิกฤต” ที่มีผลกระทบสูง และติดตามความคืบหน้าในการบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยมลพิษ
การเข้าถึงข้อมูลห่วงโซ่อุปทาน: ฟีเจอร์ ERP ขั้นสูงพร้อมความสามารถในการจัดการห่วงโซ่อุปทาน (SCM) ที่แข็งแกร่ง ช่วยให้บริษัทต่าง ๆ สามารถรวบรวมข้อมูลการปล่อยมลพิษจากซัพพลายเออร์ รวมถึง ระบบขนส่ง และการได้มาซึ่งวัตถุดิบนั้น ๆ ด้วย ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญต่อการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งทำให้เห็นภาพรวมของผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในห่วงโซ่คุณค่าที่ขยายออกไปของปัจจัยภายนอก
ประโยชน์หลักมีโรงพิมพ์ควรมีระบบสารสนเทศในการช่วยจัดการโรงพิมพ์ เพื่อสนับสนุนการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นองค์กร
- การตัดสินใจที่ดีขึ้น: ข้อมูลแบบเรียลไทม์และข้อมูลเชิงลึกทางการเงินและคาร์บอนแบบบูรณาการ ช่วยให้การตัดสินใจดีขึ้น ช่วยให้บริษัทต่าง ๆ สามารถกำหนดเป้าหมายทางธุรกิจและสิ่งแวดล้อมให้สอดคล้องกัน
- การปฏิบัติตามกฎระเบียบที่ดีขึ้น: ระบบนี้มีโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการติดตาม รายงาน และตรวจสอบการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ช่วยให้องค์กรต่าง ๆ ปฏิบัติตามมาตรฐานและข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อม
- ประสิทธิภาพในการดำเนินงาน: การติดตามการใช้ทรัพยากรและการสร้างของเสีย ช่วยระบุจุดที่ไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งนำไปสู่การประหยัดต้นทุนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
- การเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์: ระบบ ERP เปลี่ยนการจัดการคาร์บอนจากความท้าทายในการรายงานสู่ความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ โดยผสานรวมความยั่งยืนเข้ากับแกนหลักของการดำเนินธุรกิจ
ข้อสรุป
ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการโรงพิมพ์ วันนี้ถือเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นอย่างที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเชิงการจัดการ การตลาด การผลิต การเงิน บุคคล ร่วมถึงการวางกลยุทธต่าง ๆ การพัฒนาความเข้าใจเรื่อง คาร์บอนฟุตพริ้นองค์กรใส่ลงไปในระบบ ไม่ว่าจะเป็นการคำนวณและการประเมินการเกิดก๊าซเรือนกระจกที่เรียกว่า “คาร์บอนฟุตพริ้นองค์กร” การเก็บข้อมูล ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ควรเพิ่มเติมพัฒนาเข้าไปด้วยเลย เพราะจริง ๆ แล้วการนอกจากความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อมแล้วยังเป็นความสำคัญด้านการพัฒนาองค์กรในยุคสมัยใหม่ด้วย โดยใช้ฐานข้อมูลและความสามารถของระบบที่มีอยู่



