Tamper Evident Packaging ภาคที่ 2
บรรจุภัณฑ์ที่ทิ้งร่องรอยให้เห็นเมื่อถูกเปิดครั้งแรก
โดย อาจารย์มยุรี ภาคลำเจียก
วารสารฉบับที่แล้วได้กล่าวถึงความหมายของ Tamper Evident Packaging (บรรจุภัณฑ์ TE) ประเภทผลิตภัณฑ์ และเหตุผลในการใช้ มาทบทวนความหมายของบรรจุภัณฑ์ TE กันอีกครั้ง
บรรจุภัณฑ์ TE หมายถึง บรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการปิดเป็นอย่างดีและมีสิ่งชี้บอกให้ทราบว่าบรรจุภัณฑ์นั้นได้ถูกเปิดออกเป็นครั้งแรกแล้ว ใช้เป็นหลักฐานในการพิสูจน์ว่าบรรจุภัณฑ์นั้นได้ถูกเปิดก่อนถึงมือผู้บริโภคหรือไม่ สิ่งบ่งชี้หรือร่องรอยของบรรจุภัณฑ์ที่ถูกเปิดแล้วต้องสามารถเห็นได้ชัดเจนด้วยตาเปล่า โดยไม่ต้องอาศัยเครื่องมือหรือการวิเคราะห์ใด ๆ ในห้องปฏิบัติการ
ประเภทของบรรจุภัณฑ์ TE
ซึ่งผู้เขียนได้แบ่งเป็น 10 ประเภท ดังนี้
- ถุงพลาสติกที่ปิดผนึกด้วยความร้อน Heat sealed flexible pouch
- ฟิล์มพลาสติกที่ปิดผนึกด้วยความร้อนกับปากถาด/ถ้วย/หลอดพลาสติก Heat sealed lidding film on plastic tray/cup/tube
- ขวดที่ใช้ TE cap Bottle with TE cap
- ลายเนอร์ปิดปากขวดที่ใช้ non-TE capLiner on bottle mouth using non-TE cap
- ฟิล์มหดหุ้มคอขวดที่ใช้ non-TE capShrink sleeve on bottle neck using non-TE cap
- กระป๋องโลหะที่ปิดสนิทHermetical sealed metal can
- ขวดพลาสติกปากกว้างที่ปิดด้วยฝาอะลูมิเนียมแบบเปิดง่าย Plastic jar with aluminum easy-open lid
- บลิสเตอร์แพคBlister pack
- กล่องฝาติดกาวSeal ends carton
- สติกเกอร์/เทปติดที่ฝากล่องหรือฟิล์มหดหุ้มกล่องที่ไม่เป็น TE Sticker/tape or whole shrink wrap on non-TE carton
ตัวอย่างและการใช้งานของบรรจุภัณฑ์ TE ประเภทที่ 1-5 ได้กล่าวในฉบับที่แล้ว ฉบับนี้มาต่อด้วยตัวอย่างและการใช้งานของบรรจุภัณฑ์ TE ประเภทที่ 6-10
6. กระป๋องโลหะที่ปิดสนิท: กระป๋องทำจากแผ่นเหล็กเคลือบดีบุก หรือ แผ่นเหล็กเคลือบโครเมี่ยม หรือ อะลูมิเนียม ปิดฝาโดยใช้เครื่องปิดเฉพาะที่ทำให้ขอบของฝาม้วนเกี่ยวกับขอบของปากกระป๋องอย่างแน่นหนาเป็นตะเข็บ 2 ชั้น (Double seam) ส่วนใหญ่ใช้กับอาหารและเครื่องดื่มที่ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยความร้อน จัดว่าเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ปิดสนิท (Hermetical seal) สามารถให้อายุการเก็บได้นาน 1-2 ปี ที่อุณหภูมิห้อง การเปิดฝาต้องใช้อุปกรณ์เปิด หากใช้ฝาอะลูมิเนียมแบบเปิดง่าย ก็ดึงที่ห่วงเปิดออก
7. ขวดพลาสติกปากกว้างที่ปิดด้วยฝาอะลูมิเนียมแบบเปิดง่าย: เป็นการประยุกต์จากบรรจุภัณฑ์ TE ประเภทที่ 6 ให้ใช้กับขวดพลาสติกปากกว้าง (บางครั้งเรียกว่า กระปุกพลาสติกหรือกระป๋องพลาสติก) ฝาที่ใช้เป็นฝาอะลูมิเนียมแบบเปิดง่าย การปิดฝาต้องใชเครื่องเฉพาะเช่นเดียวกับประเภทที่ 6 แต่มักเป็นเครื่องขนาดเล็ก เมื่อเปิดฝาครั้งแรกออกแล้ว หากบริโภคไม่หมด จะใช้ฝาพลาสติกครอบเพื่อเก็บไว้บริโภคต่อไป นิยมใช้บรรจุขนมคบเคี้ยวต่าง ๆ และน้ำพริกสำเร็จรูป
8. บลิสเตอร์แพค: มี 2 รูปแบบ คือ แบบทั่วไป และแบบดัดแปลง
บลิสเตอร์แพคแบบทั่วไป ประกอบด้วย 2 ชิ้นส่วน ได้แก่
1) Backer card คือ แผ่นรองที่ทำจากแผ่นกระดาษแข็งที่พิมพ์ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ด้านหน้าจะมีการเคลือบน้ำยาเฉพาะหลังพิมพ์ เพื่อให้สามารถปิดผนึกได้กับตัวครอบ และ
2) Blister cover คือ ตัวครอบที่ทำจากพลาสติกใส (มักใช้แผ่น PVC หรือ PET) ที่ขึ้นรูปด้วยความร้อน (thermoforming) ให้เป็นหลุมตามรูปทรงและความลึกของผลิตภัณฑ์ ในการบรรจุให้วางผลิตภัณฑ์ลงบนด้านหน้าของแผ่นรอง ครอบตัวครอบ แล้วใช้เครื่องกดที่ให้ความร้อนกับส่วนพื้นราบของตัวครอบให้ติดแน่นกับแผ่นรอง การจะนำผลิตภัณฑ์ออกมา ต้องฉีกหรือตัดทำลายแผ่นรองกระดาษ
บลิสเตอร์แพครูปแบบนี้เหมาะกับสินค้าที่มีน้ำหนักเบา บรรจุจำนวนหนึ่งชิ้นหรือหลายชิ้นก็ได้ สามารถออกแบบให้แขวนได้ จึงช่วยประหยัดเนื้อที่ในการวางขาย นอกจากนี้ยังนิยมใช้กับยาเม็ดหรือยาแคปซูล โดยใช้แผ่นรองเป็นอะลูมิเนียมฟอยล์เพื่อให้ป้องกันไอน้ำและก๊าซออกซิเจนได้ดี อีกทั้งให้แกะยาออกทีละเม็ดได้ง่าย
บลิสเตอร์แพคแบบดัดแปลง มีหลายรูปแบบย่อย เช่น
– ไม่ใช้แผ่นรองกระดาษ แต่ใช้ตัวครอบที่ทำด้วยแผ่นพลาสติกแข็งใส 2 ชิ้น เฉพาะชิ้นบนหรือทั้งสองชิ้นมีการขึ้นรูปร้อนให้เป็นหลุมตามรูปร่างของผลิตภัณฑ์ ปิดผนึกตัวครอบทั้งสองเข้าด้วยกันด้วยความร้อน รูปแบบนี้มีความแข็งแรง จึงเหมาะกับผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหนักมาก หรือขนาดใหญ่ หรือมีส่วนแหลมคม ในปัจจุบันได้รับความนิยมลดลง เพราะมักประสบปัญหาเปิดออกยากมาก ต้องใช้กรรไกรหรือมีด จึงไม่สะดวกต่อการใช้งาน
– เปลี่ยนวิธีปิดผนึกด้วยความร้อนระหว่างแผ่นรองกระดาษกับตัวครอบพลาสติกให้เป็นวิธีสอดแทน โดยทำตัวครอบให้ด้านข้างพับเป็นขอบเพื่อสอดแผ่นรองลงไป ข้อดีคือ แผ่นรองไม่ต้องเคลือบน้ำยาหลังพิมพ์ บรรจุง่ายโดยไม่ต้องใช้ความร้อน แต่ต้องยึดแผ่นรองไม่ให้เคลื่อนหรือไม่ให้ถูกเปิดในระหว่างการจัดจำหน่ายด้วยการใช้สติกเกอร์ติดด้านหลัง การทำให้เป็นบรรจุภัณฑ์ TE อย่างแท้จริง จะใช้สติกเกอร์ทั่วไปไม่ได้ แต่ต้องใช้สติกเกอร์ชนิดพิเศษที่เรียกว่า void sticker เมื่อลอกสติกเกอร์นี้ออก จะเห็นคำว่า void ติดอยู่ที่ผิวในของสติกเกอร์ และความเหนียวสติกเกอร์จะหายไปจนไม่สามารถติดซ้ำได้ จึงเป็นร่องรอยบ่งบอกว่าบรรจุภัณฑ์นั้นถูกเปิดแล้ว (ดูรูป void sticker ในบรรจุภัณฑ์ TE ประเภทที่ 10)
– เปลี่ยนตัวครอบจากแผ่นพลาสติกที่ขึ้นรูปร้อนให้เป็นซองฟิล์มหดใสที่เปิดหัวท้าย ซองนี้ยึดติดกับแผ่นรองกระดาษแข็งด้วยกาว วิธีการบรรจุทำโดยให้ใส่ผลิตภัณฑ์ลงไปในซอง แล้วให้ลมร้อน ซองจะหดรัดผลิตภัณฑ์ไว้โดยผลิตภัณฑ์ไม่หลุดออก บลิสเตอร์แพคแบบนี้สามารถวางขายได้เหมือนบลิสเตอร์แพคแบบทั่วไป เมื่อจะนำผลิตภัณฑ์ออกมาใช้ เพียงแต่ฉีกฟิล์มหดนี้ออกได้โดยง่าย รูปแบบนี้เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาและใช้ในประเทศญี่ปุ่น เหมาะกับผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหนักเบาและขนาดเล็ก เพื่อลดการใช้พลาสติกและประหยัดค่าใช้จ่าย
9. กล่องฝาติดกาว: กล่องพับได้ (Folding carton) มีหลายรูปแบบ แบบที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นบรรจุภัณฑ์ TE คือ แบบฝาติดกาวทั้งฝาบนและฝาล่าง (Seal ends carton) เมื่อฝากล่องถูกเปิด ฝาไม่สามารถปิดใหม่ได้เหมือนเดิม (ยกเว้นมีการทากาวซ้ำ) แม้ว่ากล่องกระดาษนิยมใช้เป็นบรรจุภัณฑ์ทุติยภูมิ โดยมีบรรจุภัณฑ์ประเภทอื่น เช่น ถุงพลาสติก ขวด บรรจุภัณฑ์ปฐมภูมิที่เป็นบรรจุภัณฑ์ TE อยู่แล้ว แต่ก็ยังแนะนำให้ใช้กล่องรูปแบบนี้สำหรับอาหารและยา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคและลูกค้าว่าโรงงานมีระบบในการผลิตที่สะอาดได้มาตรฐาน มีมาตรการป้องกันการปนเปื้อนทั้งที่บรรจุภัณฑ์ปฐมภูมิและบรรจุภัณฑ์ทุติยภูมิ
10. สติกเกอร์/เทปติดที่ฝากล่องหรือฟิล์มหดหุ้มกล่องที่ฝาไม่เป็น TE: กล่องพับได้ที่ SME ส่วนใหญ่นิยมใช้ คือ กล่องฝาล่างแบบล็อก และกล่องฝาเสียบ เพื่อสะดวกในการขึ้นรูปและบรรจุด้วยคน กล่องทั้งสองแบบไม่เป็นบรรจุภัณฑ์ TE เพราะสามารถใช้นิ้วหรือปากกาดันที่ฝาล่างแบบล็อกให้เผยอออก แล้วใส่สารแปลกปลอมเข้าไป ดึงฝาปิดใหม่ได้ดังเดิม ส่วนกล่องฝาเสียบก็สามารถเปิดและปิดใหม่ได้ดังเดิม โดยไร้ร่องรอยการถูกเปิดแล้ว
การทำกล่องฝาล่างแบบล็อกและกล่องฝาเสียบ ให้เป็นบรรจุภัณฑ์ TE มักใช้ 2 วิธี คือ
- ใช้สติกเกอร์หรือเทปติดที่ฝาเสียบ หากกล่องเป็นแบบฝาเสียบทั้งด้านบนและด้านล่างต้องใช้สติกเกอร์หรือเทปชนิด void sticker/tape (ดังรูป) ติดทั้งฝาบนและฝาล่าง หากกล่องมีฝาล่างแบบล็อก ฝาบนแบบเสียบ จะติดสติกเกอร์หรือเทปที่ฝาบนเท่านั้นซึ่งไม่ทำให้กล่องเป็นบรรจุภัณฑ์ TE เพราะสามารถแย้มเปิดที่ฝาล่างได้ โดยไม่ทิ้งร่องรอยการถูกเปิดให้เห็น
- ใช้ฟิล์มหดหุ้มทั้งกล่อง แม้ว่าจะทำให้เป็นบรรจุภัณฑ์ TE ได้ก็ตาม แต่เป็นการสิ้นเปลืองวัสดุ แรงงานและพลังงานที่ใช้ในการเป่าลมร้อน ทำให้ต้นทุนเพิ่ม
ผู้เขียนขอเน้นว่า แม้ว่ากล่องฝาล่างแบบล็อกและกล่องฝาเสียบจะเป็นที่นิยมก็ตาม แต่ไม่แนะนำให้ใช้ เพราะไม่เป็นบรรจุภัณฑ์ TE การเพิ่มขั้นตอนทำให้เป็น TE สามารถทำได้แต่ทำให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากค่าวัสดุ แรงงาน และพลังงาน ควรเปลี่ยนแบบกล่องให้เป็นแบบฝาติดกาวซึ่งเป็นบรรจุภัณฑ์ TE (ประเภทที่ 9) และยังช่วยประหยัดค่ากล่องได้อีกด้วย
สรุป
บรรจุภัณฑ์ TE มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมอาหารและยา ทั้งการจำหน่ายในประเทศและส่งออก เพราะช่วยป้องกันการปนเปื้อนของผลิตภัณฑ์ ในขั้นตอนการลำเลียง ขนส่ง และกระจายสินค้า จนถึงมือผู้บริโภค ช่วยสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยต่อการบริโภคหรือการงาน และสร้างความน่าเชื่อถือให้ตราสินค้า















