3 Words to Success in Printing Business
Written on Tuesday, 13 December 2011.

สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน ห่างหายไปนานกับการเขียนบทความให้กับทางสมาคมฯ เนื่องจากภาระงานประจำมากมายเหลือเกินประกอบกับต้องการใช้เวลาในการสรรหาเรื่องราวและเทคโนโลยีใหม่ๆ มาให้กับท่านผู้อ่านทุกท่านครับ ต่อไปก็หวังว่าจะเขียนบทความรับใช้ท่านผู้อ่านไปทุกๆ เล่ม
ในฉบับนี้ผมจะพูดถึงคำ 3 คำที่ผมใช้จนติดปากเวลาที่พูดคุยกับลูกค้าในแง่ของการทำธุรกิจการพิมพ์ในปัจจุบัน และคำ 3 คำนี้จะเป็นพลังในการผลักดันให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ ซึ่งในส่วนตัวผมคิดว่าการจะประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจการพิมพ์ระบบ Digital นอกจากรากฐานความแข็งแกร่งของบริษัทฯ, วิธีการดำเนินการ, การมี Connection กับผู้อื่น, การบริหารจัดการ, คุณภาพของงานพิมพ์, ราคา และอื่นๆ อีกมากมายแล้ว ผู้ประกอบการโรงพิมพ์ (ต่อไปจะเรียกว่า Print Provider) ยังต้องมีความเข้าใจถึงหัวใจในการทำธุรกิจการพิมพ์ และสามารถเอาไปประยุกต์ใช้ได้ทันที แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับท่านผู้อ่านทุกท่านนะครับว่า จะเห็นด้วยในสิ่งที่ผมเขียนหรือไม่ ซึ่งทั้ง 3 คำ มีดังนี้ครับ


1. Connect หมายถึง ช่องทางในการติดต่อ หรือเชื่อมต่อกับลูกค้าตลอดเวลา มันเหมือนกับว่าจะทำอย่างไรที่จะทำให้ธุรกิจของเราเหมือนการเปิดร้านสะดวกซื้อที่ทำการ 7 วัน 24 ชั่วโมง ตลอดเวลา ทำอย่างไรที่จะเป็นร้านค้าที่รองรับลูกค้าอยู่เสมอ ทำให้ลูกค้าสามารถจับจ่ายใช้สอยอะไรก็ได้ ในเวลาไหนก็ได้ ตามความต้องการ ถ้าเปรียบกับธุรกิจการพิมพ์ พูดง่ายๆ ก็คือ การเปิดหน้าร้านไว้ตลอดเวลา เพื่อให้ลูกค้าสามารถส่งงานพิมพ์ตอนไหนก็ได้ที่อยากส่งดูสถานะงานพิมพ์ว่าอยู่ในขั้นตอนไหน รู้ราคาของสิ่งพิมพ์ก่อนการส่งพิมพ์ สามารถดู Soft Proof ของงานพิมพ์คร่าวๆ ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือผ่านทาง IPAD เป็นต้น ทั้งหมดนี้ก็คือ การหา Solution Web Enable หรือ Web to Print มาสนับสนุนการทำงานสิ่งพิมพ์ให้กับลูกค้านั่นเอง เมื่อเป็นระบบ Web to Print (ต่อไปจะเรียกว่า W2P) นั่นหมายถึง เรากำลัง Connect กับ Customer ทั่วโลก เราสามารถรับลูกค้าได้จากทุกมุมโลกผ่านการ Online เปิดช่องทางที่สะดวกรวดเร็วให้กับลูกค้าในการติดต่อสื่อสาร ดังนั้น การใช้ W2P ก็เหมือนกับโรงพิมพ์ที่เปิดรับงานตลอด 7 วัน 24 ชั่วโมง นั่นเอง นอกจากนั้นแล้วสิ่งที่ส่งผลโดยตรงต่อ Print Provider ก็คือจำนวนงานพิมพ์ หรือ Print Volume ที่จะเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง ซึ่งไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นงาน Digital Printing เท่านั้น แต่ยังสามารถประยุกต์ไปใช้กับระบบ Conventional Printing แบบเดิม เช่น Offset Printing ได้ทันที

2. Reduce ก็เป็นความหมายที่ง่าย และตรงตัว ในการทำธุรกิจสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการมากที่สุดก็คือ กำไร กำไรจะเกิดขึ้นก็มาจากปัจจัยภายใน และปัจจัยภายนอก โดยในส่วนของผมจะมุ่งไปที่ปัจจัยภายในก่อน ซึ่งแยกเป็นหัวข้อย่อยๆ ได้ดังนี้:
2.1 ลดเวลาการผลิต
2.2 ลดค่าใช้จ่าย
2.3 ลดของเสีย
2.4 ลดกำลังคน
2.5 ลดข้อผิดพลาด
ซึ่งถ้าเราสามารถที่จะลดรายละเอียดทั้งหมดนี้ได้ มันจะส่งผลทันทีต่อกำไรที่เพิ่มพูนขึ้นมากมายเลยทีเดียว เมื่อมีกำไรเพิ่มขึ้นก็ส่งผลโดยตรงต่อผู้ประกอบการที่สามารถใช้เงินต่อเงิน เพื่อไปทำธุรกิจต่อไปได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดเช่นเดียวกัน อาจมีคนตั้งคำถามว่า “พูดง่าย ทำยาก” ดังนั้น การจะไปให้ถึงเป้าหมายที่ต้องการจึงจำเป็นต้องมีวิธีการในการ “ลด” อะไรบางอย่างเพื่อทำให้ผลกำไรเพิ่มขึ้น เช่น โรงพิมพ์บางรายก็จะใช้ระบบ Automation WorkflowManagement มาช่วย ซึ่งผู้อ่านหลายๆ ท่านก็คุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว เช่น Prinergy ของ Creo Kodak, Prinect ของ Hidelberg และ FreeFlow Process Manager ของ Fuji Xerox ที่จะช่วยในการทำงานแบบอัตโนมัติ ยกตัวอย่างเช่น การแปลงไฟล์เป็น PDF, การ Preflight (การตรวจเช็คไฟล์งานก่อนพิมพ์), สร้าง Workflow ในการทำงานที่เป็น Repetition Task หรืองานที่ทำบ่อยๆ ทำให้การทำงานสะดวก รวดเร็วมากขึ้น ไม่ต้องมานั่งทำงานแบบ Job By Job ซึ่งทำให้เสียเวลามากแต่ผลผลิตน้อย

3. Enable หมายถึง สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้กับงานพิมพ์ ถามว่าทำไมต้องทำ ถ้าไม่ทำแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ผมอยากจะบอกว่า หากไม่มีอะไรใหม่ๆ ก็จะส่งผลให้โรงพิมพ์แข่งขันกันแต่ในเรื่องของราคาอย่างเดียว เพราะ Print Provider ก็พิมพ์งานรูปแบบเดิมๆ เช่น โปสเตอร์ หรือ นามบัตร สุดท้ายคนที่มีสายป่านยาวๆ มีกระแสเงินสด หรือ Cash Flow ที่มากกว่า ก็จะทุ่มเงินลงไปเพื่อไปลดราคาสิ่งพิมพ์ จุดประสงค์เพื่อต้องการดึงจำนวนงานพิมพ์จากตลาดมาให้มากที่สุด สุดท้ายคนที่เสียเปรียบก็คือโรงพิมพ์เล็กๆ ที่มีอยู่มากมาย ที่ต้องเวียนว่ายอยู่ในทะเลเลือด (Red Ocean) ดังนั้นสิ่งสำคัญคือ การสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสิ่งพิมพ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะนำ Print Provider ไปสู่น่านน้ำสีคราม (Blue Ocean) ที่ทุกคนฝันถึง ใช่ครับมันหายาก แต่ไม่ใช่ว่าไม่มี ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์, วิธีการ, เครื่องมือ, ความคิดสร้างสรรค์และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ความตั้งใจ เช่น การใช้ Software Variable Data Printing (ยกตัวอย่างเช่น XMPie Suite) เพื่อสร้างสรรค์งานพิมพ์เฉพาะบุคคล ที่เรียกว่าVariable Data Printing (VDP) หรือการใช้ VIPP Pro Publisher Software ในการสร้างสรรค์ Counterfeit Document หรืองานพิมพ์ป้องกันการการปลอมแปลง (Security Printing) ที่สร้างสรรค์และไม่เหมือนใคร ด้วยเครื่องมือและวิธีคิดเหล่านี้ ทำให้ Print Provider มีผลกำไรมากขึ้น ทำให้งานพิมพ์มีมูลค่ามากขึ้น ไม่ต้องแข่งขันกับคนอื่นในแง่ของราคาอีกต่อไป

ในฉบับหน้าจะเข้ามาเจาะถึงเรื่องราวของ W2P ว่าคืออะไรมีความสำคัญกับธุรกิจแค่ไหน อย่าลืมติดตามกันนะครับ
3 Words to Success in Printing Business
ทำการตลาดอย่างไร ให้อยู่ในใจลูกค้าอย่างยั่งยืน
วารสารการพิมพ์ไทย
ฉบับที่ 89